วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2552

หัวข้อย่อย 09 การไปมาหาสู่ คุยกัน เกี่ยวข้องกัน พูดจาปราศรัย การปฏิสันถารต้อนรับแขก

หัวข้อย่อย 09 การไปมาหาสู่ คุยกัน เกี่ยวข้องกัน พูดจาปราศรัย การปฏิสันถารต้อนรับแขก

ลำดับที่ 001 เลขที่เทป 080/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290627 วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2529
พูดจาปราศรัยกัน ยังใช้คำพูดยังไม่ถูกตามหลักธรรมหลักวินัย เนื่องจากว่ายังมีความแข็งกระด้างกันมาก ถ้าหากว่าถามไม่เป็นพูดไม่เป็น อย่าไปพูดอย่าไปถาม ถ้าหากว่าจะถามเป็นพูดเป็น ต้องถามให้มันมีมรรยาท อย่าถามในลักษณะที่ว่าเดินผ่านพูดกัน การพูดต้องมีกิจลักษณะ เพิ่นเดินอยู่เราไม่มีความจำเป็นอะไรจะต้องไปพูดก็ไม่ ควรจะใช้เวลาเดินสวนกันพูด หรือว่าเดินตามกันพูด เวลาที่จะพูด เวลาที่จะถามมันมีเยอะแยะไม่อดไม่อยาก อันนี้ไม่ใช่เป็นการถือหากัน แต่สิ่งที่ควรถือธรรมะวินัย ไม่ใช่จะถือตัว การถือตัวถือตนเป็นสิ่งที่ไม่ควร แต่การถือธรรมถือวินัย เป็นสิ่งที่ควรถือเป็นอย่างยิ่ง จะพูดจาปราศรัยกับผู้หลักผู้ใหญ่ ควรที่จะยกมือขึ้นขอโอกาสเสียก่อน ท่านยืนอยู่ก็นั่งลงก็ได้ ถ้าหากว่ามีความจำเป็น ควรที่จะทักทายปราศรัย ควรที่จะพูดยกมือขึ้นประนมมือขอโอกาสดี

ลำดับที่ 002 เลขที่เทป 080/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290627 วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2529
ผู้ใหญ่ต้องรู้จักเจ้าของ เป็นผู้ใหญ่ให้ระวังกิริยามารยาทของความเป็นผู้ใหญ่ ผู้น้อยก็ให้รู้จักเจ้าของ เป็นผู้น้อยแสดงความเป็นผู้น้อยให้มีความเหมาะสม เรื่องการถือรองเท้าใส่รองเท้าก็เหมือนกัน ถ้าหากว่ามันไม่จำเป็น พระพุทธเจ้าจะวางเป็นหลักธรรมหลักวินัยไว้ทำไม ผู้มีพรรษาน้อยไม่ถือรองเท้าไม่ใส่รองเท้า ผู้มีพรรษาน้อยใส่รองเท้า เณร บางทีครูบาไม่ได้ใส่นี้ อันนี้มันศาสนาของคนมีกิเลสหนา

ลำดับที่ 003 เลขที่เทป 091/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290714 วันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2529
จึงว่าให้พากันระมัดระวังเรื่องการพูดจาปราศรัยซึ่งกันและกัน พยายามพูดกันให้น้อย และพยายามพูดกันให้เป็นสุภาษิต และเป็นอรรถเป็นธรรม สิ่งที่ไม่เป็นสุภาษิต สิ่งที่ไม่เป็นอรรถเป็นธรรม ไม่ใช่หน้าที่ของเราสมณะ หน้าที่ของเราบรรพชิตจะพูดกัน ถึงจะมีการบอกกล่าวตักเตือนกันบ้าง ก็ให้ตั้งความหวังดี ตั้งเมตตาเอาไว้ในจิตในใจเสียก่อน ถ้าหากว่ายังไม่มีการทำจิตทำใจ อย่าไปพูดอย่าไปตักเตือนซึ่งกันและกัน แล้วผลสะท้อนมันจะออกมาในลักษณะที่เรียกว่าไปทางลบ อันนี้มันอดที่จะเกิดมีขึ้นไม่ได้ เพราะต่างคนมันก็มีข้าศึก อยู่ในจิตใจของทุกคนอยู่แล้ว

ลำดับที่ 004 เลขที่เทป 028/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290312 วันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2529
พระเล็กพระน้อย ก็ให้มีความเคารพซึ่งกันและกันตามระดับพรรษา เณรก็ให้มีความเคารพพระแม้แต่พระเล็กพระน้อยพึ่งบวชใหม่ ก็ให้มีความเคารพอย่าข้ามกลาย ทำความนอบน้อมในตัวของเราอยู่ตลอดเวลา ในลักษณะนี้เป็นผู้ที่สำรวมกายของเจ้าดีแล้ว ไปมาหาสู่ซึ่งกันและกันนี่ ก็ไปมาหาสู่ที่เป็นธรรมเป็นวินัย ถ้าหากว่าผู้ที่ไปหามีอายุพรรษามากกว่า ก็ให้รู้จักว่าเราผู้ที่นั้นเป็นผู้ที่เจ้าของกุฏิ ก็ให้รู้ก็มีการปูเสื่อปูสาดอาสนะนี่ ขนาดไหนเพียงไรให้รู้จัก หรือไม่มีก็คล้าย ๆ กะมีการจัดการลุกขึ้นมีการปฏิสันถารมีความนอบน้อม ผู้ที่มีพรรษาน้อยกว่าไปหาผู้ที่มีพรรษามากกว่า แม้แต่ผิดกันเพียงหนึ่งพรรษาหรือสองพรรษา ก็ให้มีมีความเคารพไปก็ให้มีการกราบการไหว้ซึ่งกันและกัน การกราบการไหว้ซึ่งกันและกันนั้น เป็นการทำลายทิฐิของเราโดยตรง ทำลายทิฐิทำลายมานะทำลายทิฐิทำลายตัวมานะ ก็คือตัวกิเลสทำลายมันลงไป ทำความนอบน้อมเท่าไร เป็นการทำลายตัวทิฐิตัวมานะมากเท่านั้น แข็งกระด้างเท่าไร เป็นการเสริมสร้างตัวกิเลสมากเท่านั้น ให้มีความเคารพซึ่งกันและกัน การพูดจาปราศรัยอย่าคุยกันในลักษณะสนุกสนาน อย่าคุยกันในลักษณะที่เป็นเพื่อน บางทีก็มีแต่พวกเรา ๆ นี่ บางทีหละจะเป็นลักษณะคุยหยอกกันก็มี ไอ้เรื่องหยอกกันหนะมันศีลเศร้าหมองเข้าใจมั้ย มันใช้ไม่ได้ อย่าให้มันมีคำหยอกคำว่าเล่น ไม่ใช่เรื่องของพระ แม้แต่ชาวบ้านหยอกเล่นมันก็ยังไม่ดี อย่าให้มันมี

ลำดับที่ 005 เลขที่เทป 999/25 ชื่อแฟ้มข้อมูล 250709 วันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2525
การไปมาหาสู่กันที่ไม่จำเป็นก็ให้หลีก เพราะเราก็เรียกว่าไม่ได้มุ่งเพื่อไปมาหาสู่คุย สนทนาอะไรกัน ความมุ่งความประสงค์ของเรา เรียกว่าต่างคนต่างมุ่งมาเพื่อแสวงหาข้อปฏิบัติ แสวงหาความสงบ หลีกเร้นในการที่จะทำจิตทำใจ ในเมื่อมีเหตุมีความจำเป็น จึงไปมาหาสู่กันได้ ในเมื่อหมดเรื่องหมดราวที่จะพูดจาปราศรัยแล้วก็ ต่างคนต่างไปที่พัก ใจของเราบางทีบางขณะเขาไม่ชอบอยู่คนเดียว ที่เขาไม่ชอบอยู่คนเดียวนั่นหนะ เรียกว่าใจของเราถูกอกุศลครอบงำ มีความกระหายมีความร้อนรน เราให้รู้จัก ใจมีความกระหาย ใจมีความกระหายอันนี้ เขาก็เป็นของที่ดับเป็น เราให้ต่อสู้ด้วยการเดินจงกรม ต่อสู้ด้วยการนั่งสมาธิ เอาสมาธิเอาภาวนานี่ข่มเข้า เอาสมาธิเอาภาวนานี่ชนะเขา

ลำดับที่ 006 เลขที่เทป 118/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290823 วันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2529
การเกี่ยวข้องซึ่งกันและกัน เกี่ยวข้องอย่างเป็นพระเกี่ยวข้องกัน การไปมาหาสู่ดูเสียก่อนมีความจำเป็นมั้ย ถ้าหากว่าไม่มีความจำเป็นอย่าไปมาหาสู่กัน ต่างคนต่างอยู่ตามลำพัง เพราะพระพุทธเจ้าท่านสอนให้อยู่อย่างหลีกเร้นนี่ อยู่อย่างหลีกเร้น อยู่ตามลำพังทำความสงบ ปรารถนาความสงบภายในจิตในใจให้มีความวิเวกทางกาย ให้มีความวิเวกภายในจิตในใจ อันนี้พระพุทธเจ้าท่านสอนอย่างนี้ ครูบาอาจารย์ก็สอนอย่างนี้ เราให้มุ่งในหน้าที่ของเรา ที่พระพุทธเจ้าท่านบอกท่านสอนเอาไว้ ให้จริงจัง จึงว่าให้ตรวจตราดูการไปมาหาสู่ การเกี่ยวข้องมีความจำเป็นหรือไม่ และเป็นประโยชน์หรือไม่ ถ้าหากว่าไม่มีความจำเป้นในการที่จะเกี่ยวข้องกัน ไม่เป็นประโยชน์ในการที่จะเกี่ยวข้องกัน เราต่างองค์ต่างอยู่ ต่างองค์มีหน้าที่ปฏิบัติจิตใจของกันและกันแล้ว ก็ปฏิบัติจิตใจของเราตามลำพัง ในสถานที่พัก ในสถานที่วิเวก อันนี้เป็นการปฏิบัติธรรมที่ถูกต้อง การเกี่ยวข้องอย่างพระเกี่ยวข้องกัน เกี่ยวข้องกันในลักษณะนี้ การพูดจาปราศรัยกันซึ่งกันและกันก็เหมือนกัน ให้พูดจาปราศรัยอย่างพระคุยกัน พระพูดกันคือ พูดกันอย่างไง อย่าลืมว่าเราเป็นพระ ให้มีความอ่อนน้อม ให้มีความอ่อนนุ่ม ในการพูดจาปราศรัยซึ่งกันและกัน อย่าพูดอย่างชาวบ้านคุยกัน อย่าพูดอย่างไม่มีสติ ถ้าหากว่าไม่มีสติลืมตัว มันก็เหมือนชาวบ้านดี ๆ นั้นเอง

ลำดับที่ 007 เลขที่เทป 140/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290923 วันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2529
พูดกันอย่าง อย่างพระพูด ระมัดระวังคำพูดให้พอดีพองาม อย่าให้แรงเกินไป อย่าให้ค่อยเกินไป แรงเกินไปขนาดพูดอยู่ข้างบน ข้างล่างได้ยินแรงมากไป เพราะเราพูดให้คนข้างบนฟัง อย่าให้ค่อยจนกระทั่งเราต้องการพูดให้เขาฟัง พูดให้เขา พูดให้รู้เรื่อง อย่าพูดค่อยจนกระทั่งเขาไม่รู้เรื่อง หรือเขาไม่ได้ยินหละ ระหว่างที่พูดกัน ผู้ที่ฟังให้มีความอ่อนน้อมกันให้มาก ผู้ใหญ่ต้องเป็นผู้ใหญ่ ผู้น้อยต้องเป็นผู้น้อย ผู้ใหญ่ก็ไม่รู้จักเจ้าของเป็นผู้ใหญ่ มันเป็นการฝึกผู้น้อยให้ไม่รู้จักว่าเจ้าของเป็นผู้น้อย แต่ผู้ใหญ่ไม่ใช่ถือตัวในลักษณะ (เป็นการถือตัวทำเพื่อเป็นข้อปฏิบัติ) ไม่ใช่ทำเพื่อเป็นการถือตัว ทำเพื่อเป็นข้อปฏิบัติ อย่าคุยกันลักษณะเพื่อนคุยกัน ครูบาอาจารย์ที่เป็นครูบาอาจารย์นั้น แม้แต่พรรษาเดียวกัน อ่อนหลังท่านก็ยังทรงอ่อนน้อมต่อกันมาก เพราะท่านเคารพธรรม เราไม่เอาอย่างครู ไม่เอาอย่างอาจารย์แล้วเราจะเอาอย่างใครกัน เอาอย่างความเคยชินมันก็ตามกิเลสของเจ้าของนั้น ท่านเคารพกัน ท่านอ่อนน้อมซึ่งกันและกัน ข้อปฏิบัติท่านที่มีการคล่องตัว พูดกันถึงว่าการพับผ้าสังฆาฏินี่ พูดกันถึงว่าการล้างเท้า เช็ดเท้า ท่านไม่ได้ถือว่าท่านมีลูกศิษย์ลูกหา แล้วท่านไม่ถือว่าเขานับถือเป็นครูเป็นอาจารย์ ว่าทำอย่างนั้นมันไปทำไม่ได้เป็นอย่างงั้น

ลำดับที่ 008 เลขที่เทป 007/26 ชื่อแฟ้มข้อมูล 260205 วันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2526
การเกี่ยวข้องกับบุคคลทั่ว ๆ ไป ในเมื่อเกี่ยวข้องแล้วเป็นประโยชน์ ก็เกี่ยวข้องกันไป ในเมื่อเกี่ยวข้องแล้วไม่เป็นประโยชน์ มันก็ไม่ต้องสนใจที่จะเกี่ยวข้องนั้น มันก็ไม่มีคำว่าเกี่ยวข้อง แล้วประโยชน์ก็คือว่า สิ่งไหนที่จะเป็นไปเพื่อความรู้เพื่อความเข้าใจ เป็นไปที่จะปลูกศรัทธาความเลื่อมใสให้เกิดให้มีขึ้นในข้อปฏิบัติในทางพระพุทธศาสนา ก็บอกก็อบรมกันไป หรือสนทนาปราศรัยกันไปชักจูงกันไป ในเมื่อพอที่จะเป็นไปได้ ในเมื่อเห็นว่าเป็นไปไม่ได้ อันนั้นมันก็เรื่องของเขา การเกี่ยวข้อง ในเมื่อมันเป็นประโยชน์ก็เกี่ยวข้องกันไป ในเมื่อการเกี่ยวข้องไม่เป็นประโยชน์ ถ้าหากไปเกี่ยวข้องแล้วมันไม่ได้ประโยชน์ เราไปเกี่ยวข้อง อันนั้นมันไม่ถูก เกี่ยวข้องแล้วมันไม่ได้ประโยชน์ จะไปเกี่ยวข้องกันทำไม คำว่าประโยชน์นี้ไม่ใช่ประโยชน์ส่วนตัว เป็นประโยชน์ส่วนรวม เป็นประโยชน์ทั้งเราและเขา ถ้าหากเกี่ยวข้องกันเราก็ไม่ได้ประโยชน์ เขาก็ไม่ได้ประโยชน์ มันไม่ใช่เพียงเท่านั้น มันเสียประโยชน์เสียอีก จึงว่าเลิกการเกี่ยวข้องกันเสียดีกว่า

ลำดับที่ 009 เลขที่เทป 999/24 ชื่อแฟ้มข้อมูล 240419 วันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2524
มีใครไปใครมา มาถึงกลางวันเดินทางมา น้ำมีความจำเป็น จะต้องจัดต้องหา เพราะเราอยู่กับวัด อยู่กับที่เป็นเจ้าบ้าน แขกที่มาใหม่ไม่รู้ว่าน้ำอยู่ที่ไหน ตลอดถึงอะไรก็ช่าง สิ่งอื่นเราก็ต้องหา จัดหาต้องดูแลเรื่องปฏิสันถาร พระพุทธเจ้าท่านสอนว่าต้องให้มีความเอาใจใส่ ถ้าขาดการเอาใจใส่ในเรื่องการปฏิสันถาร ใช้ไม่ได้ การปฏิสันถารก็คือ การต้อนรับการรับรอง อำนวยความสะดวกให้เป็นที่สบายใจแก่แขกที่มาเยี่ยมเยียน

หัวข้อย่อย 08 การบิณฑบาต

ลำดับที่ 001 เลขที่เทป 080/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290627 วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2529
เรื่องการบิณฑบาตก็ดี ในเมื่อมันมากกัน ให้พากันระมัดระวัง ขาดความระมัดระวังก็ถือขาดธรรม ถ้าหากว่าขาดธรรมเมื่อไร กิเลสมันแสดงออกขึ้นมาทันที เดินไปบิณฑบาตกิเลสมันก็แสดง เดินกลับบิณฑบาตกิเลสมันก็แสดง ถึงมันไม่แสดงออกข้างนอก มันก็แสดงอยู่ภายในใจ ต้องระมัดระวัง เพ่งมันตลอดเวลากับฐานของเจ้าของ ทั้งไปทั้งกลับ ๆ ๆ ทุกก้าวขาที่เราเดินไปนี้ เพ่งลงไปในกรรมฐานให้พากันทำอย่างนี้ แล้วผลของการทำอย่างนี้แล้วเป็นยังไง อันนี้ไม่ต้องมีใครบอกแล้ว พากันลองทำดู เดินไปนี้เดินกลับนี้ ให้เพ่งในกรรมฐานของเจ้าของเท่านั้น เพ่งลงไปในผมในขนในเล็บ ในฟันในหนัง มันก็เพ่งสบายขาของเรา ไอ้ที่ ๆ มันเดินไปนี้ ล้วนให้มันเห็นเหมือนกระดูกมันก้าวไป ๆ ๆ ๆ ก้าวไปก้าวกลับนี้ ให้มันเห็นแต่กระดูกเดิน

ลำดับที่ 002 เลขที่เทป 080/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290627 วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2529
การรับบาตรรับพกกัน ก็ให้ดูอย่าว่าให้ถึงกับว่าเหน็ดเหนื่อยเจ้าของ เป็นการเบียดเบียนเจ้าของ ผู้ที่จะให้บางองค์บางท่านรับบาตรก็ต้องดู เพราะมันไกล เพราะเราสามารถที่จะสายมาเองไปเองได้อย่างสะดวก เราก็สะพายเอาเอง ถ้าหากว่าบางท่านคล้าย ๆ กับว่าด้วย ท่านมีน้ำจิตน้ำใจแล้วเราก็ดูว่าท่านนั้น จะไม่เป็นไปเพื่อความลำบากมากเกินไป เราจะให้ท่านสะพายไปสะพายกลับให้ได้

ลำดับที่ 003 เลขที่เทป 999/25 ชื่อแฟ้มข้อมูล 250403 วันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2525
ในสมัยก่อนกับสมัยนี้ เมื่อเทียบกันแล้วมันต่างกันมาก ผมจึงพอใจดีใจที่ผู้ใดถือความสันโดษมักน้อย ทำยังไงเจ้าของจึงจะเป็นผู้มักน้อย พอใจในการเรื่องปากเรื่องท้องนี้ให้มันน้อยลงไป ช้าง ถ้าหากว่ามันรับประทานอาหารอิ่ม ทรมานไม่ได้ เอามาฝีกให้ควรแก่การแก่งานไม่ได้ เขาจะต้องให้อดอาหาร ไม่ให้อาหาร แล้วก็ฝึกเวลามันผอม ฝึกเวลามันอดมันหิวอาหารนั้น นี่หลักวิชาของนายควานช้างที่เขาฝึกช้างให้ควรแก่การแก่งาน แต่สรุปแล้วพระพุทธเจ้าท่านก็สอนไว้ โภชเนมะตันยุตา ให้รู้จักความพอดีในการบริโภค ทำความพอดีนั้น ให้สังเกตดูการภาวนาของเรา เราภาวนาดีด้วยการบริโภคอาหารขนาดไหน เราก็ถือขนาดนั้นหละ เป็นความพอดีของธาตุขันธ์ของเรา

ลำดับที่ 004 เลขที่เทป 140/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290923 วันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2529
เวลารับบิณฑบาตให้ระวัง ถ้าหากว่าไม่ระวังละ มันจะไปรับเอาหลายอย่าง มันไม่ใช่รับแต่ข้าว ท่านให้สำรวมลงในบาตร ตามองเฉพาะในบาตรเท่านั้น อย่าไปมองอันนั้นอันนี้ มันเกิดโทษ คำว่าโทษไม่ใช่ว่าพระพุทธเจ้าว่า ตรัสเป็นโทษ แล้วโทษจึงเกิดเป็นโทษ โดยธรรมชาติคนไปเหยียบหนามไม่ต้องมีใครว่า หนามจะตำตีนเจ็บ ไม่ต้องมีใครพูดหากมันเจ็บ จึงให้ระมัดระวังมีสติ ทั้งไปทั้งกลับรับบิณฑบาตทั้งกลับ ปรารถนาจิตปรารถนาใจของเราอยู่ด้วยความสงบ ถึงจะพิจารณาอรรถธรรมพิจารณาไปได้ เกิดความรู้ความเห็นอะไรต่อมิอะไร ระหว่างบิณฑบาตไประหว่างกลับ จากบิณฑบาตได้ความรู้ และความเข้าใจสิ่งที่เราไม่เคยคิดมัน บางทีก็เอา มันก็เอามาคิดสิ่งที่เราไม่เคยรู้นี้ เราก็รู้ขึ้นมาได้ ถ้าหากว่าใจของเรามีการปรารภธรรมะอยู่ หรือปรารภความสงบอยู่

ลำดับที่ 005 เลขที่เทป 999/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290808 วันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2529
บิณฑบาตก็ให้มีสติ กลับก็ให้มีสติอย่าเดินเหมือนกับคนเขาไปหาปลา อย่าเดินเหมือนกับคนเขาไปหาหน่อไม้หาเห็ดกัน เสียงสนั่นหวั่นไหวคับป่าคับดวง คับถนนหนทาง มีแต่เสียงคุยสนทนากัน เราไปบิณฑบาตอย่าให้เป็นอย่างนั้น ต่างคนต่างเดินไปด้วยความสงบ เดินไปด้วยข้อปฏิบัติธรรมทั้งไปทั้งกลับ เรียกว่า ไปบิณฑบาตกับเทวดาอนุโมทนา ในการไปบิณฑบาตของเรา ทุกสิ่งทุกอย่างให้เป็นข้อปฏิบัติตั้งอกตั้งใจ

ลำดับที่ 006 เลขที่เทป 140/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290923 วันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2529
การบิณฑบาตถึงจะไปหลายองค์ด้วยกัน รวมกันไป อย่าเดินพยายามแซงหน้าแซงหลัง ถ้าหากว่าใครจะแซงก็รีบแซงไปเสีย ไม่ใช่ไปเดินแซงในลักษณะทำท่าจะเคียงคู่อย่างนั้นไม่เอา ทำความสงบในการเดินไปบิณฑบาต ทั้งไปทั้งกลับ

ลำดับที่ 007 เลขที่เทป 999/25 ชื่อแฟ้มข้อมูล 250720 วันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2525
การกิน พระพุทธเจ้าท่านก็สอน ไม่ให้กินจนอิ่มจนเกินไป กินให้อิ่มพอดีพองาม ประมาณว่าอีกสักสองสามคำก็จะอิ่มให้เลิกเสีย ท่านสอนว่าอย่างนี้ ถ้าหากว่ากินจนอิ่มตื้อ ถ้าดื่มน้ำหละมันอิ่มเกินไป ประมาณอีกซักสองสามคำให้เลิก ถึงจะเอร็ดอร่อยซักเท่าไหร่ก็ช่าง เป็นการยับยั้งใจของเรา ห้ามใจของเรา ไม่ให้ตกไปในกระแสของความอยาก กินเพื่อคล้าย ๆ กับว่า เยียวยาธาตุขันธ์ รักษาอัตภาพร่างกายให้ทรงอยู่ได้ เพราะร่างกายของเรานี้ เป็นร่างกายขึ้นมา ก็ต้องอาศัยอาหาร และจะทรงอยู่ได้ก็ต้อง อาศัยอาหาร จึงว่าเราบริโภค เรากินอาหารก็เพียงเพื่อเยียวยาร่างกายเท่านั้น ไม่กินด้วยอำนาจของ ความอยาก กินด้วยอำนาจของความอยากแล้ว มันชอบทำให้แน่นเฟ้อ มันชอบทำให้ท้องเสียกันบ่อย ๆ ท้องขึ้น ท้องอืด ท้องเฟ้อ อะไรเหล่านี้ เนื่องจากกินไม่เป็นทั้งนั้น

ลำดับที่ 008 เลขที่เทป 999/25 ชื่อแฟ้มข้อมูล 250709 วันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2525
ถ้าหากว่ามุ่งในการภาวนา ฉันน้อย ๆ ดี ถ้าหากว่าฉันมาก ๆ หละ มันต้องนอน ถ้าหากว่าฉันน้อย ๆ หละ หลังจากฉันไปเดินจงกรม นั่งสมาธิได้อย่างสบาย ก่อนที่จะฉันก่อนที่จะบริโภค ก็พิจารณามามาก ๆ ให้เห็นเป็นของปฏิกูล ให้เห็นเป็นธาตุ ให้เห็นเป็นของทิ้ง เห็นเป็นปฏิกูล เห็นเป็นธาตุ เห็นเป็นของทิ้ง แล้วจึงค่อยบริโภคแล้วจึงฉัน หลังจากฉันแล้วก็ไปเดินจงกรม นั่งสมาธิใจสงบดี เอาอุบายที่ได้จากการพิจารณาก่อนฉันนั้นมาพิจารณาต่อใจของเรา ให้เข้าถึงความสงบ

ลำดับที่ 009 เลขที่เทป 140/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290923 วันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2529
พิจารณาให้มันเห็นความอยากเสีย หายความหิวเสียค่อยบริโภคขบฉัน เห็นเป็นของปฏิกูล เห็นเป็นของปฏิกูลไปจริง เราทั้งคนก็เป็นของปฏิกูล ในเมื่อเราทั้งคนเป็นของปฏิกูล คำว่าเรามันก็ไม่มี เห็นเป็นมูตรเป็นคูตร เห็นเป็นของสกปรก พิจารณาไปในในนี้ ลักษณะนี้เรียกว่า พิจารณาเป็นธรรมทุกทาง มันแก้ความยากมันลดความอยาก มันทำลายความอยาก ความอยากไม่มี ฉันก็ได้ไม่ฉันก็ได้ ที่ว่าทำใจให้แยบคายเสียก่อน จึงค่อยบริโภคขับฉัน สังเกตดูให้ดี ถ้าวันไหนพิจารณาก่อนฉันแยบคายดี ดีสบายใจตลอดทั้งวัน ไปเดินจงกรม ระลึกถึงที่พิจารณาอาหารแยบคายดังนั้น นั่งสมาธิก็ระลึกนึกที่เราพิจารณาอาหารแยบคายเหล่านั้น ใจมันก็แยบคายลงไป แยบคายลงไป มันเป็นการทำลายกิเลสทั้งนั้น กิเลสมันอ่อนตัวลงไป ใจของเราก็มีโอกาสสงบลงได้ ถ้ากิเลสมันยังแข็งตัวเต็มที่ มันไม่ยอมอ่อนตัวลงแม้แต่น้อย มันไม่สงบดอก เพราะกำลังมันมาก น้อมมันเขจ้ามามันก็ไม่น้อมเข้ามา มันก็ไป ถ้าหากมาแบบที่มันไม่เช้ามานี้ แล้วมันจะสงบได้ยังไง ถ้ามันแยบคายลงไปด้วยการพิจารณาแล้ว่า น้อมเข้ามาแล้ว มันหากใส มันหากเย็นขึ้นมา ขึ้นทันทีในจิตในใจ

ลำดับที่ 010 เลขที่เทป 118/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290823 วันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2529
การขบการฉัน ขบฉันอย่างพระ พิจารณาให้แยบคายเสียก่อนจึงค่อยขบค่อยฉัน คำว่าแยบคายคือย่างไร เห็นชัดลงไปว่า เป็นของปฏิกูล เห็นชัดลงไปว่าเป็นของทิ้ง เห็นชัดลงไปว่าเป็นดิน เห็นชัดลงไปว่าเป็นธาตุนี้ ร่างกายของเราเนื่องด้วยธาตุ ร่างกายของเราเนื่องด้วยดิน ร่างกายของเราเนื่องด้วยของปฏิกูล ที่เราบริโภคขบฉันเข้าไปทุกวันทุกวันนี้ นี่ในลักษณะนี้เรียกว่า อย่างพระฉันนี้ หรือว่ากินอย่างพระฉัน

ลำดับที่ 011 เลขที่เทป 169/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 291211 วันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2529
ฉันแล้วเบาไม่หนัก ฉันแล้วไม่ง่วง ไม่ง่วงไม่อยากหลับอยากนอน นั่นหละพอดี อยากไปเดินจงกรมก็สบาย อยากนั่งสมาธิก็สบาย ทำอะไรมันสบายไปหมด ความพอดีมันมาตั้งแต่การบริโภค การขบการฉัน อันนี้ให้รู้จักเอา “โภชเนมัชตัณญุตา” รู้จักประมาณในการบริโภคอาหาร ให้รู้จักประมาณให้พอดี ฉันแล้วภาวนาดี พิจารณาแล้วมันก็ได้อุบายแยบคายดี ก่อนนั้นพิจารณาให้แยบคาย ให้เห็นเป็นของปฏิกูลลงไป พิจารณาเห็นความเป็นจริงของเขา ก็คือ ความปฏิกูลนั่นเอง ปฏิกูลทั้งกลิ่นปฏิกูลทั้งรส แม้แต่สัมผัสมันก็ปฏิกูล เค้าเป็นปฏิกูลโดยธรรมชาติ พิจารณากันให้มันเห็นความจริงของเขาชัดขึ้นในใจ โยนิโส พิจารณาให้แยบคาย ให้แยบคายแล้วพอดี การกินพอดี เพราะไม่ได้กินด้วยความอยาก กินเพื่อเป็นการเยียวยา หล่อเลี้ยงอัตภาพให้ทรงอยู่ ไม่ได้กินเพื่อความอยาก

ลำดับที่ 012 เลขที่เทป 012/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290116 วันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2529
พูดถึงการขบการฉัน เราก็จะพยายามให้มีสติในการขบการฉัน เวลาเคี้ยวให้มีสติเคี้ยว เวลากลืนให้มีสติกลืน กลืนลงไปถึงไหนให้เห็น เข้าใส่ปากก็ให้มีสติ เคี้ยวก็ให้มีสติ กลืนก็ให้มีสติ กลืนไปถึงไหนลงไปถึงไหน ก็ให้มีสติรู้เห็นนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างเอาเป็นการภาวนาทั้งนั้น เราทำอะไรเราตั้งใจไว้ด้วย เราจะไม่ฉันให้อิ่ม การฉันอิ่มอย่าว่าดีนะ ใกล้จะอิ่มรีบอิ่มซะ พอใกล้จะอิ่ม รีบอิ่ม ในวิสุทธิมรรค ท่านกล่าวว่า สักสามถึงสี่คำใกล้จะอิ่ม อิ่มเสีย แล้วดื่มน้ำพอดี เบาเนื้อเบาตัวไม่หนัก ไม่ท้องขึ้นท้องอืด หลังจากฉันแล้วไปเดินจงกรม นั่งสมาธิสบาย ถ้าหากว่าฉันอิ่มไป เดินจงกรมก็ลำบาก ไปนั่งสมาธิก็นั่งไม่ได้ บางทีนอนก็นอนลำบาก แล้วชอบเป็นโรคท้องเสียด้วย ตั้งใจว่าเราจะไม่ฉันให้อิ่ม ฉันให้พอดี พอใกล้จะอิ่มหละ เซาเสียพักเลิก เพราะเราฉันเอาไปภาวนา ฉันให้ร่างกายอันนี้มีกำลัง แล้วเอาร่างกายอันนี้ไปภาวนา ไม่ใช่ฉันให้ร่างกายอันนี้มันมัวเมา ฉันอิ่มมันมัวเมา ฉันพอดีนั่นหละ

ลำดับที่ 013 เลขที่เทป 011/26 ชื่อแฟ้มข้อมูล 261220 วันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2526
จึงว่าเรื่องการขบการฉันมีความสำคัญ ให้อด ๆ อยาก ๆ ให้หิวบ้างอิ่มบ้างนี่ อันนี้ดีมาก ถ้าหากว่ามีแต่อิ่ม ถ้าอิ่มมันก็มีแต่มืดมนอนธกาล มีแต่มืดมนอนธกาลทั้งนั้นหละ แล้วทีนี้มันก็ทำให้มีความเมา ชาคริยานุโยค มุ่งในการประกอบความพากความเพียรยกจิตยกใจไม่ขึ้น นั่งภาวนา บางทียังไม่ทันได้ชั่วโมง ประเดี๋ยวประด๋าวเท่านั้น มันก็เสียงกรนให้กันฟังแล้วแหนะ เพราะอะไร นี่ ก็เพราะความเมานั่นเอง เมาในการที่ไม่รู้จักความพอดี เมาในความไม่รู้จักความประมาณ เรื่องเหล่านี้ควรจะพากันรับทราบ เรื่องเหล่านี้ควรจะพากันเข้าใจนี่

ลำดับที่ 014 เลขที่เทป 999/28 ชื่อแฟ้มข้อมูล 280830 วันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2528
เวลากิน กิเลสเค้าก็แซงหน้าพั้บทันที แซงมาแต่ก่อนกินพุ่น แซงมาแต่ก่อนกินคือยังไง อันนั้นมันดี อันนั้นมันไม่ดี อันนั้นมันอร่อย อันนั้นมันไม่อร่อย อันนั้นมันหวาน อันนั้นมันเค็ม อันนั้นมันเผ็ด อันนั้นมันอะไรต่อมิอะไร ๆ ในเมื่อกิเลสเค้าบอกอันนั้นไม่อร่อยก็ไม่เอา ไม่หยิบ อันไหนอร่อยอันนั้นเอา แล้วก็หยิบมาก ๆ เสียด้วย นี่มันแซงมาแต่กิน ธรรมะของพระพุทธเจ้ามัชฌิมา ไม่ให้เลือกไม่ให้คุ้ย ฉันอาหารให้ฉันแต่ข้างบนลงไป ปราณีตละเอียดรึว่าไม่ประณีตหยาบยังไง ไม่ให้เลือก จะประณีตละเอียดมีค่ามากมายซักเท่าไรก็ช่าง จะประณีตละเอียดมีค่ามากมายซักเท่าไรก็ช่าง ก็คือของปฏิกูลนั่นเอง ในเมื่อเข้าไปถึงปาก สภาพความละเอียดสภาพความประณีตมีค่ามากมายหมดไปทันที จะเอร็ดอร่อยมากมายซักเท่าไรก็ช่าง กินแล้วเป็นอุจจาระทั้งนั้น จึงว่ากิเลสมันแซงมาแต่กิน มันแซงหน้าทุกขณะทีเดียวว่างั้นเถอะทุกอย่าง

วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ข้อวัตร ปฏิบัติ 07 การเที่ยวธุดงค์ หาสถานที่วิเวก หลีกเร้น สถานที่ปฏิบัติธรรม

การเที่ยวธุดงค์ หาสถานที่วิเวก หลีกเร้น สถานที่ปฏิบัติธรรม
ลำดับที่ 001 เลขที่เทป 999/24 ชื่อแฟ้มข้อมูล 240823 วันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2524
ครูบาอาจารย์ท่านจึงนิยมส่งเสริมสนับสนุนการแสวงหาที่เที่ยว สถานที่ทุรกันดาร สถานที่ป่าดงพงไพรลึก ๆ มีส่วนช่วยในการที่จะประกอบความพากความเพียร นี่ ได้มากทีเดียว เดี๋ยวนี้การเที่ยวธุดงค์ไม่ค่อยเหมือนก่อน เป็นการเที่ยวลักษณะเที่ยวไปตามอารมณ์ เที่ยวเพื่อต้องการความสนุกสนานนี่ ไปนั่นไปหาหมู่ที่นั่น ไปนั่นไปหาหมู่ที่นั่น ไปสนุกสนาน คุยเที่ยวกันไปตามเรื่อง การปฏิบัติก็ไม่ค่อยจะได้ผล การเที่ยวแสวงหาสถานที่ประกอบความพากเพียรบำเพ็ญภาวนา ก็มีแต่ที่จะน้อยลงไป เพราะไม่เห็นผล อยู่กับวัดกับวามันสะดวกสบาย การประกอบความพากความเพียรมันไม่ค่อยจะก้าวหน้า ผู้ที่มีหลักมีฐานก็เรียกว่าพอทรงอยู่ได้ ผู้ที่มีหลักมีฐานในจิตในใจแล้วก็พอทรงอยู่ ถ้าหากว่าผู้ที่ยังไม่มีหลักมีฐานภายในจิตในใจ การที่จะสร้างรากสร้างฐานให้เกิดให้มีขึ้น เพราะความสะดวกสบาย อันนี้เป็นของลำบากสักหน่อย

ลำดับที่ 002 เลขที่เทป 999/25 ชื่อแฟ้มข้อมูล 250910 วันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2525
พระพุทธเจ้าท่านสรรเสริญ ยกย่องการอยู่คนเดียว การแสวงหาความวิเวก การที่จะแนะนำให้พระสาวกไปบำเพ็ญสมณะธรรม ท่านก็ส่งเสริมการอยู่ตามลำพัง อยู่ผู้เดียว ไม่สรรเสริญไม่ยกย่องการอยู่เป็นกลุ่ม ไม่สรรเสริญไม่ยกย่องการคลุกคลี สรรเสริญยกย่องการหลีกเร้นออกจากสถานที่ที่มีการคลุกคลีกันนั้น ๆ สถานที่ใดเป็นสถานที่ปราศจากความคลุกคลี ให้ถือสถานที่นั้นเป็นสถานที่บำเพ็ญสมณะธรรม

ลำดับที่ 003 เลขที่เทป 999/24 ชื่อแฟ้มข้อมูล 240724 วันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2524
คิดถึงความเงียบ คิดออกไปภายนอก มันเงียบไปหมด ต้นไม้ก็เงียบอยู่ที่ต้นไม้ ก้อนหินก็เงียบอยู่ที่ก้อนหิน ต้นหญ้าก็เงียบอยู่ที่ต้นหญ้า แผ่นดินก็เงียบอยู่ที่แผ่นดิน อากาศก็เงียบอยู่ตามปกติของเขา แสงเดือนแสดงดาวเขาก็อยู่ตามปกติของเขาอย่างนั้น ไม่มีเสียงคน ไม่มีเสียงเครื่องจักรเครื่องกลเครื่องยนต์
กลไกไม่มี เรามีโอกาสได้มาเกี่ยวข้องในสถานที่อย่างนี้ เรียกว่าได้มาเกี่ยวข้องกับสานที่วิเวก กายของเราได้สัมผัส เขาเรียกว่ากายวิเวก คือ กายของเรามาอยู่ในสถานที่วิเวก สถานที่เงียบ สงบวิเวก การส่งใจไปเกี่ยวข้อง ส่งใจไป คิดไปอ่านไป ตรวจตราบรรยากาศภายนอก ก็เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติมีส่วนประกอบ มีส่วนช่วยในการที่จะทำให้ใจของเราเข้าถึงความสงบได้มาก

ลำดับที่ 004 เลขที่เทป 999/24 ชื่อแฟ้มข้อมูล 240212 วันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2524
พระพุทธเจ้าท่านจึงสอนให้หลีกเร้น คำว่าหลีกเร้น ก็ให้หนีให้ออกห่างจากสถานที่โลกเขาเจริญนี่เอง ให้หลีกออกจากความเจริญของโลกเขานั้น หลีกเร้นไปที่ไหน ก็หลีกเร้นไปหาอยู่หาอาศัยในสถานที่ความเจริญของโลกเขายังแผ่ไปไม่ถึง นี่ก็แสดงว่าความเจริญของโลกเจริญอยู่ ณ สถานที่ใด สถานที่นั้นไม่ค่อยสะดวกในการที่จะอบรมจิตใจ พระพุทธเจ้าท่านจึงสรรเสริญสถานที่สงบวิเวก สถานที่ห่างไกลจากความเจริญของโลก องค์พระพุทธเจ้าท่านได้ตรัสรู้ สำเร็จมรรคผล ท่านก็ได้ตรัสรู้หรือสำเร็จมรรคผลในป่า

ลำดับที่ 005 เลขที่เทป 999/24 ชื่อแฟ้มข้อมูล 240109 วันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2524
จึงว่าประโยชน์ของการเที่ยวธุดงค์ ประโยชน์ของการอยู่ป่าดงพงไพรนี่มีประโยชน์มากมายจริง อย่างประวัติของท่านพระอาจารย์มั่น มีเรื่องการอยู่ป่าอยู่เขาของท่านนี้ ท่านสนุกสนานรื่นเริงเพลิดเพลินกับการอยู่ป่าจริง ๆ การอยู่ป่าการเที่ยวป่านี้มันสนุก สนุกอยู่กับการเดินจงกรม สนุกกับการภาวนาสนุกอยู่กับการต่อสู้กิเลสของเจ้าของ ของมันอยู่อย่างนี้มันไม่มีอะไรมาปิดนะ มันไม่มีอะไรที่จะมาปิดมาบัง กิเลสตัณหามันมีเท่าไรมันหากแสดงออกมาหมด อยู่กับผู้กับคนกับบ้านกับเมืองในสถานที่ที่เรียกว่า มีการคลุกคลีเกี่ยวข้องนะ สิ่งเหล่านี้หละมันปิดกิเลสไว้ การเกี่ยวข้องกับผู้คนมันก็อยู่กับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผู้กับคนนั่น ไอ้เรื่องกิเลสของเจ้าของที่มันฝังอยู่หละ มันมองไม่เห็นก็เลยสบายไปเสีย สบายไปเสีย ๆ

ลำดับที่ 006 เลขที่เทป 999/24 ชื่อแฟ้มข้อมูล 240109 วันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2524
สถานที่ใดเป็นสถานที่ห่างไกลความเจริญของโลก เราเห็นเราควรที่จะเห็นสถานที่นั้นหละเป็นสถานที่บำเพ็ญสมณะธรรมของเรา ควรเห็นสถานที่นั้นหละ เป็นสถานที่ควรอยู่ควรอาศัยอย่างยิ่ง ถึงว่าจะเป็นสถานที่ทุรกันดาร ไม่สะดวกด้วยสถานที่ต่าง ๆ เกี่ยวด้วยอาหารการกินจะไม่สะดวกสบาย ถึงว่าจะอิ่มบ้างหิวบ้าง ก็ไม่ควรที่จะถือเรื่องเหล่านั้นมีความสำคัญ ควรเห็นความสำคัญในการปฏิบัติเพื่อความก้าวหน้า และเพื่อการแก้จิตแก้ใจของเรานี้ ไม่ให้ลุ่มหลงมัวเมากับความเจริญของโลกเขานั่นนี่ ควรที่จะเห็นอย่างนี้มากกว่า ในเมื่อสถานที่นั้นเป็นสถานที่สะดวกสบาย ในการที่จะปฏิบัติจิตใจของเรา จึงว่าเห็นอานิสงส์ของการเที่ยวป่า อานิสงส์ของการอยู่ภูอยู่ป่านี้ มีประโยชน์มากจริง ๆ

ลำดับที่ 007 เลขที่เทป 999/24 ชื่อแฟ้มข้อมูล 240711 วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2524
พระพุทธเจ้าท่านก็ให้แสวงหาสถานที่เป็นที่สบาย เรียกว่าที่อยู่เป็นที่สบาย คำว่าสบายนี้ รวมเอาไว้ซึ่งหลายเรื่องหลายอย่าง ความสะดวกสบายมีโอกาสได้บำเพ็ญ มีโอกาสได้ปฏิบัติมาก แล้วสิ่งที่จะมาทำให้เป็นเครื่องรบกวน ทำให้ใจต้องไป เราเอาสิ่งที่ไม่เป็นสิ่งที่จะมาทำให้ใจของเราส่งไป ส่ายไปในลักษณะนี้ สถานที่นั้นมีเรื่องที่จะมาดึงจิตดึงใจให้เราไปมา สถานที่นั้นเป็นสถานที่ควรหลีก
ลำดับที่ 008 เลขที่เทป 999/24 ชื่อแฟ้มข้อมูล 240711 วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2524
จึงว่าเรามีความจำเป็นที่เรียกว่าจะต้องไปยู่ ณ สถานที่ใด ก็ทำให้ความพอใจ ณ สถานที่นั้น ถ้าหากมีการไปตำหนิติชม มีการไปตำหนิเข้า ความตำหนินั้นหละ จะทำให้ใจเราไม่สบาย และในเมื่อมีกาตำหนิแล้ว ก็จะไปมีข้ออ้างทำให้ข้อปฏิบัติเรานั้นขาด เพราะเราจะอ้างว่าสถานที่ไม่สะอาด โอกาสไม่อำนวย อะไรต่ออะไรเหล่านี้เป็นช่องทาง เพราะเขาไม่อยากให้เราปฏิบัติอยู่แล้ว ให้ทำความพอใจในสถานที่ที่เราอยู่นั้น สถานที่ใดก็ช่าง ในเมื่อเป็นการปฏิบัติธรรม ในเมื่อเรามีการปฏิบัติธรรมแล้ว เป็นการปฏิบัติได้ทั้งนั้น เพราะการปฏิบัติธรรม ก็คือการปฏิบัติใจ

ลำดับที่ 009 เลขที่เทป 031/26 ชื่อแฟ้มข้อมูล 260617 วันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2526
จึงว่าสถานที่ก็มีความสำคัญ องค์พระพุทธเจ้าท่านทรงเทศนาเรื่องสถานที่เอาไว้ เรียกว่าให้แสวงหาสถานที่หลีกเร้น หาอยู่รุกมูลร่มไม้ อยู่เรือนร้างว่างเปล่า อยู่ป่าช้า อยู่ในถ้ำ อยู่ในล้อมฟาง ในสถานที่ห่างไกลจากผู้จากคน ให้หลีกเร้นไปหาสถานที่ลักษณะนี้ ท้านทรงเทศนาว่า เป็นสถานที่สะดวกสบายในการที่จะประกอบในการที่จะบำเพ็ญสมณะกิจ สมณะธรรม เป็นสถานที่ที่จะสลัดทิ้งเสียได้ ซึ่งความมืด ซึ่งความวุ่นวาย ซึ่งความฟุ้งซ่าน นี่ในเมื่อไปอยู่สถานที่นั้น มีโอกาสประกอบความพากความเพียร เดินจงกรมให้มาก นั่งสมาธิให้มาก เพราะว่าในสถานที่ลักษณะนั้น ไม่มีคนเข้าไปเป็นอุปสรรคในการประกอบความพากเพียรได้เต็มที่

ลำดับที่ 010 เลขที่เทป 031/26 ชื่อแฟ้มข้อมูล 260617 วันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2526
พระพุทธเจ้าท่านทรงเทศนาสอนพระไว้ “ผู้ปฏิบัติธรรมมุ่งอยู่ป่า มุ่งให้คนเข้าใจ มุ่งให้คนรู้ ว่าเจ้าของพอใจในการอยู่ป่า แล้วก็เดินไปเป็นบาปทุกก้าวที่เดินไปสู่สถานที่วิเวกนั้น” เพราะทำไมจึงเป็นบาปทุกก้าว เพราะใจอันนั้นเป็นใจที่เป็นบาปเสียแล้ว เป็นใจที่เป็นลามกเสียแล้ว จะไปอยู่ที่ไหนก็เอาใจที่เป็นลามกนั้นไปด้วย คือมีความปรารถนาอันลามก ไม่มีความปรารถนาที่จะละความลามกของใจนั้น อันนั้นเป็นการสั่งสมกิเลส ไม่เป็นการปฏิบัติธรรมเพื่อละกิเลส ถึงว่าจะอยู่ป่าอยู่ถ้ำ อยู่เหวอยู่อะไรก็ช่าง แต่ไม่มุ่งที่จะชำระจิต ชำระใจให้พ้นจากสิ่งที่เป็นลามกธรรม ถ้ายังหวังรูป หวังเสียง หวังลาภ หวังยศ หวังอะไรต่อมิอะไร ยังเป็นการปฏิบัติธรรมเพื่อสั่งสมทั้งนั้น

ลำดับที่ 011 เลขที่เทป 011/26 ชื่อแฟ้มข้อมูล 261220 วันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2526
มุ่งในการแสวงหาที่หลีกเร้น มุ่งในการมีเป้าหมายมีจุดหมายในการแสวงหาที่หลีกเร้นอยู่ตลอดเวลา ถึงเราอยู่กับวัดกับวา ก็มุ่งเป็นผู้หลีกเร้น คำว่าหลีกเร้น ไม่ใช่ ในที่นี้ ไม่ใช่หลีกให้ไปไกลหูไกลตาครูบาอาจารย์ ไม่ได้หลีกไปให้คล้าย ๆ กับว่ามีอะไร การงานจะไม่มีใครไปตามหาหรือตามหาไม่เห็น ไม่ใช่ หลีกไปเพื่อสะดวกในการที่ได้อิสระนี่ เพราะไม่มีใครเห็นไม่มีใครรู้ในการอยู่ของเจ้าของ ไม่ใช่หลีกไปในลักษณะนั้น หลีกไปเพื่อประกอบความพากเพียร หลีกไปเพื่อประกอบความพากความเพียร เพื่อความสงบระงับภายในใจ หลีกไปเพื่อทำความสงบภายในใจให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไปนี่ หลีกไปเพื่อประกอบความพากความเพียรเพื่อความสงบภายในใจของเจ้าของให้เต็มสติกำลังความสามารถ ให้มุ่งในการหลีกเร้นในลักษณะนี้ อยู่ในวัดในวาอย่างนี้ ก็แสวงหาสถานที่หลีกเร้าได้ ถึงว่าจะอยู่ในกุฏิของเราตามลำพัง อยู่ ๆ ในกุฏิของเราก็หลีกเร้นได้ มุ่งในการเดินจงกรม ที่เดินจงกรมภายในกุฏิก็มี หลังจากนั้นก็นั่งสมาธิ พิจารณาอรรถธรรมไป ตามชั้นตามภูมิที่เราจะพิจารณา ให้แจ้งให้ชัดภายในจิตในใจของเราได้ จึงว่าให้พากันมุ่งในการที่จะเป็นไปในการสงบระงับภายในจิตในใจ ถ้าหากว่าเป็นอย่างงี้ ทางแห่งความเจริญของพระศาสนายังปรากฏอยู่


ลำดับที่ 012 เลขที่เทป 001/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290102 วันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2529
การปรารภใจให้ถูกมันเป็นของสำคัญ การเที่ยว ถ้าหากว่าปรารภใจไม่ถึง ผลของการเที่ยว ไม่ค่อยได้ประโยชน์พอสมควร การปรารภใจให้ถูก ว่าตั้งใจจะไปเที่ยวประกอบความเพียร ตั้งใจจะไปหาสถานที่ภาวนา ตั้งใจจะไปหาสถานที่วิเวกจริง ๆ ตั้งใจจะไปหาสถานที่ประกอบความพากความเพียร การไปให้ตั้งใจอย่างนี้ การอยู่ก็ให้ตั้งใจอย่างนี้ เราพยายามทำความตั้งใจของเรา ในลักษณะนี้ อย่าให้มีความเปลี่ยนแปลง เจ้ากิเลสมันพยายามที่จะทำให้ใจของเราลด เราตั้งไว้อย่างนี้ มันก็ทำให้ล้มไปอย่างอื่นเสีย เราตั้งไว้ถูกไว้ดี การตั้งไว้ถูกตั้งไว้ดีนั้นหละ เรียกว่าใจของเรามีความเป็นธรรม แต่กิเลสมันพยายามจะล้มเสีย ซึ่งธรรมที่ตั้งไว้นั้น การเที่ยวไปหรือการอยู่ ให้แสวงหาความสงบวิเวกมันก็ล้มไปเสีย ไม่จริงจังในการที่จะแสวง

ลำดับที่ 013 เลขที่เทป 003/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290108 วันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2529
การเที่ยวต้องทำใจให้ถูก การปรารภใจให้ถูกว่ามันเป็นของสำคัญ การเที่ยว ถ้าหากว่าปรารภใจไม่ถูก ผลของการเที่ยวไม่ให้เต็ม ไม่เป็นประโยชน์เท่าที่ควร การปรารภใจให้ถูกของตัว ตั้งใจจะไปเที่ยวประกอบความพากความเพียร ตั้งใจจะไปหาสถานที่ภาวนาตั้งใจจะไปหาสถานที่วิเวก แล้วก็รักษาความตั้งใจของเราไม่ให้เปลี่ยนแปลง ตั้งใจจะไปหาสถานที่ภาวนา ตั้งใจจะไปหาสถานที่วิเวก ตั้งใจจะไปหาสถานที่ประกอบความพากความเพียร การไปให้ตั้งใจอย่างนี้ การอยู่ก็ให้ตั้งใจอย่างนี้ เราพยายามทำความตั้งใจของเราในลักษณะที่อย่าให้มีการเปลี่ยนแปลงเสีย เราตั้งไว้ถูก ตั้งไว้ดี การตั้งไว้ถูกตั้งไว้ดี เรียกว่าใจของเราที่มีความเป็นธรรมตั้งขึ้น
ลำดับที่ 014 เลขที่เทป 013/26 ชื่อแฟ้มข้อมูล 260227 วันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2526
จึงว่าผู้ที่มุ่งแสวงหาสถานที่สงบระงับ หรือมุ่งในการหลีกเร้นหากโอกาสในการประกอบความพากความเพียร เดินจงกรมนั่งสมาธิให้ยิ่งเต็มสติกำลังความสามารถของเจ้าของอย่างนี้ ผู้นั้นเป็นผู้ที่มีความสงบอยู่แล้วภายในใจ จะมากหรือน้อยต่างมี ถ้าหากไม่มีเสียเลย มันจะอยู่ได้อย่างไร คนเราจะพอใจอะไร สิ่งที่พอใจต้องมี ถ้าหากว่าไม่มีไม่เห็นแล้วจะไปพอใจอย่างไร ผู้ที่พอใจในการหลีกเร้นอยู่ตามลำพัง ผู้นั้นเห็นคุณค่าของการหลีกเร้นแล้ว เห็นประโยชน์ของการทำใจให้สงบแล้ว เป็นของที่เป็นประโยชน์เป็นของที่มีคุณค่าแก่จิตแก่ใจจริง ๆ พอใจที่จะรักษา พอใจที่จะให้สงบยิ่ง ๆ ขึ้นไป ภายในจิตในใจนี้ ทางไหนที่จะเป็นไปห่างจากความสงบ ท่านก็หลีกเร้น พอใจในการหลีกเร้นเพื่อความสบาย พอใจในการทำจิตทำใจของเจ้าของให้ยิ่ง ให้มีความก้าวหน้ายิ่งขึ้นไปเป็นลำดับ

วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

วันเสาร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2552

ข้อวัติปฏิบัติ 06 การใช้ผ้าจีวร ผ้านุ่งผ้าห่ม การซัก-ย้อม -ตาก

ข้อวัติปฏิบัติ 06 การใช้ผ้าจีวร ผ้านุ่งผ้าห่ม การซัก-ย้อม- ตาก
ลำดับที่ 001 เลขที่เทป 999/24 ชื่อแฟ้มข้อมูล 240313วันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2524
พูดกันถึงว่าเครื่องห่ม เราก็ไม่ได้มีมากชุด ปีหนึ่งก็คิด แล้วก็ปีละชุด ๆ ๆ ถ้าหากว่าคิดแล้วสบงนี่ บางทีสามปีสองตัว สามปีมีใช้สองตัว ปีละตัวสลับกันไป เฉลี่ยแล้วก็ประมาณห้าปี นี้ใช้ผ้าสบง รู้สึกว่าจะไม่เกินสี่ตัว ถ้าจีวรก็รู้สึกว่าจะปีละ
ตัว เราใช้มันก็เรียกว่า ไม่ประณีตใส่นักหรอก ก็ใช้ไปทุกแห่ง ทุกสถานที่ เวลานอนก็ใช้ เวลานั่งก็ใช้ เวลาเดินจากวัดไปนั่นไปโน่น เข้าบ้านเข้าช่องก็ใช้ บางทีไปป่าไปภู นั่งรถนั่งราก็ใช้ ใช้ตัวเดียวกันตัวเก่านั่น สรุปแล้วอยู่กับวัดก็ผืนเก่า ออกนอกวัดก็ผืนเก่า ไปตลาดลาดลี กรุงเทพ ฯ กรุงไทย ถ้าหากว่ามีโอกาสได้ไปเมืองนอกเมืองนากับเขาบ้าง ก็ใช้ตัวเก่า ก็ใช้ได้อยู่ถึงขนาดนี้ เฉลี่ยแล้วตัวหนึ่งนี้ต้องได้ไม่ต่ำกว่าหนึ่งปี แล้วก็ส่วนผ้าสังฆาฏินี้ ถ้าหากว่าเนื้อมันเหนียว เนื้อมันพอดีใช้ได้ถึงห้าปีหกปีโน่นหนะ

ลำดับที่ 002 เลขที่เทป 999/24 ชื่อแฟ้มข้อมูล 240313 วันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2524
สังฆาฏิมันไม่ได้ใช้อะไรมาก ใช้เวลาวันอุโบสถ สิบห้าวันต่อครั้ง แล้วก็ใช้เวลาบิณฑบาต หรือกิจนิมนต์ก็เข้าไปในบ้าน บิณฑบาตใช้ทุกวัน กิจนิมนต์ก็เข้าไปในบ้าน อยู่วัดนี่ตามปรกติไม่ค่อยได้ใช้ เว้นแต่ว่าหนาวมาก ผ้าห่มไม่พอก็คลี่ผ้าสังฆาฏิออกมาห่มซ้อน สังฆาฏิคิดแล้วสามปี สี่ปี ห้าปีได้อยู่ นี่พูดกันถึงว่าในด้านเครื่องนุ่มห่มก็ใช้อย่างนี้

ลำดับที่ 003 เลขที่เทป 011/26 ชื่อแฟ้มข้อมูล 261220 วันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2526
ท่านสรรเสริญผู้ที่มีจีวรคร่ำคร่า ยกย่องผู้ที่ถือผ้าสามผืน ท่านไม่ได้ยกย่องผู้ที่มีจีวรมีค่าอันสวยงาม ท่านไม่ได้ยกย่องผู้ที่มีจีวรเต็มกุฏิ มีแต่ท่านได้ตำหนิ จึงว่าเราอยู่ในสภาพที่พระศาสดายกย่อง หรือว่าอยู่ในสภาพพระศาสดาตำหนิ อันนี้ให้พากันเข้าใจให้พากันรู้จัก ในสภาพการเป็นอยู่ของเจ้าของ ถ้าหากอยู่ในลักษณะที่พระพุทธเจ้าท่านยกย่องท่านสรรเสริญ อันนั้นให้พอใจสภาพการเป็นอยู่อย่างนั้น แล้วก็พยายามรักษาไว้ เพราะชีวิตการปฏิบัติทางชีวิตนักบวชของเรา อุทิศต่อคำสอนของพระพุทธเจ้า ไม่ได้บวชเพื่ออุทิศให้เพื่อกิเลสของเรา

ลำดับที่ 004 เลขที่เทป 140/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290923 วันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2529
ผ้าสบงจีวรผึ่งก็ผึ่งนิดหน่อยก็พอ ไม่ต้องผึ่งมาก อย่าผึ่งตลอดมื้อตลอดวัน ผึ่งประเดี๋ยวประด๋าวถ้ามีแดดไม่ควรให้เกิน 10 นาที ไม่ต้องผึ่งนาน อย่างหนึ่งเวลาซักจีวรซักสบงเหมือนยังมีอยู่ผ่านตาอยู่ ที่ว่าตากไว้แห้งก็ไม่สนใจที่จะเก็บจนกระทั่งบางทีจะนอนเย็นก็ไม่รู้ดอก อย่าให้เป็นอยู่นั้น ผมไม่เป็นอย่างนั้นน่า ถ้าหากว่าซักผ้าซักแพรนี่ ต้องอยู่ต้องตากต้องดูต้องลูบต้องคลำ แห้งเก็บเรียบร้อยจึงไปที่พัก ผ้าอาบน้ำก็
เหมือนกัน เวลาผึ่งผ้าอาบน้ำผึ่งพอสมควร ก็พับเก็บไว้ให้เรียบร้อย ทำเรียบร้อยงามในตาเลยหนะ ไม่ใช่ว่าตากไว้จนกระทั่งถึงเวลาต้องการที่จะเอามาใช้ จึงเอามาใช้ ไม่ไหวจริงถ้าหากว่าเป็นอย่างนี้ ของเหล่านี้อย่าไปคิดว่าไม่เป็นข้อปฏิบัติ อย่าไปเห็นว่าไม่เป็นการขัดเกลากิเลส กิเลสมันคืออะไร มันตัวมักง่ายตัวอยากตัวโลเล ตัวขี้เกียจขี้คร้าน อืดอาดมันกิเลสทั้งนั้น เป็นการขัดเกลาค่อยบั่นทอนลงไป ค่อยบั่นทอนลงไป

ลำดับที่ 005 เลขที่เทป 999/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290808 วันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2529
ผ้าสบงจีวรอะไรพอตาก ตากซะถ้ามีแดด ที่หลับที่นอนหมอนมุ้งเสื่อสาดเอามาผึ่งเอามาเคาะ บางโอกาสที่มีแดดดีก็เรียบร้อยเก็บผ้าอาบด้วย ผ้าอาบอย่าไปตากไว้จนกระทั่งตอนบ่าย ต้องการใช้จึงไปเก็บเอา ผ้าจีวรบางทีตากตั้งแต่เช้าไปหาบ่ายก็มี ถึงเวลาซักผ้าซักแพรก็เหมือนกัน อันนี้ก็ให้พากันสนใจซักผ้าซักตากแล้วอย่ากลับไปกุฏิ ถ้าหากว่ามีธุระจำเป็นจะกลับ กลับไปแล้วกิจแล้วก็ให้มาดูผ้าดูแพรของเจ้าของ หมั่นพลิกหมั่นดึง ตรงไหนมันหดตรงไหนมันยืดอะไร พลิกขยับ เวลาผ้าแห้งแล้วเรียบ ไม่ยู่ยี่ไม่เป็นรอยเชือกรอยเชือกตากลวด มันควรที่แล้วนี้ก็มีอยู่ไม่รู้ ผ้าของใครตากจนกระทั่งถ้าหากฝนตกก็เปียก บุญดีฝนไม่ตก

ข้อปฏิบัติ 5 การสำรวมระวังในความเป็นนักบวช สมณสารูป

หัวข้อย่อย 05 การสำรวมระวังในความเป็นนักบวช สมณสารูป

ลำดับที่ 001 เลขที่เทป 118/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290823 วันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2529
พระพุทธเจ้าท่านสอนให้ปฏิบัติหน้าที่ของเรา ให้สมบูรณ์ในอิริยาบถทั้งสี่ อิริยาบถใด ๆ ในการเคลื่อนไหวใด ๆ ของเรานั้น มีความสมบูรณ์ทุกสิ่งแล้วหรือยัง หรือว่ายังมีความบกพร่องในอิริยาบถนั้น ๆ อยู่นี้ อันนี้เป็นเรื่องของเราที่จะรู้จักเราเอง การเคลื่อนไหวในการนั่ง การเคลื่อนไหวในการนอน การเคลื่อนไหวในการเดินในการยืน มีความบกพร่องไหม ในหน้าที่ของผู้ปฏิบัติธรรม หน้าที่ของนักบวช หน้าที่ของผู้ปฏิบัติธรรม ศรัทธาญาติโยมก็เรียกว่าเป็นผู้ปฏิบัติธรรม เป็นผู้ปฏิบัติธรรมด้วยกันทั้งนั้น ให้มันสมบูรณ์ในหน้าที่ด้วยกันทั้งนั้น ในเมื่อสมบูรณ์ในหน้าที่แล้ว อรรถธรรมหากเกิดหากมีขึ้นที่ใจ ใจของเรานี้หากเป็นอรรถเป็นธรรมขึ้นมาเอง ไม่มีสิ่งที่จะเป็นอรรถเป็นธรรมมีแต่ใจของเราเท่านั้น จะเป็นอรรถเป็นธรรมขึ้นมานี้

ลำดับที่ 002 เลขที่เทป 118/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290823 วันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2529
นอนก็นอนอย่างพระนอน นั่งก็นั่งอย่างพระนั่ง การกินก็ให้กินอย่างพระกิน หรือพระฉันนี้ การขับถ่ายก็ให้มีการขับถ่ายอย่างพระขับถ่าย การอาบน้ำอาบท่าก็ให้มีการอาบน้ำอาบท่าอย่างพระสรงน้ำ ตลอดถึงทุกสิ่งทุกอย่าง การเกี่ยวข้องพูดจากปราศรัยนี้ ก็ให้มีการเกี่ยวข้องพูดจาปราศรัยซึ่งกันและกันอย่างพระคุยกัน อันนี้เป็นหน้าที่ของนักบวช หน้าที่ของผู้ปฏิบัติธรรม ศึกษาในหน้าที่ของเจ้าของให้เข้าใจ และปฏิบัติตามหน้าที่ของเจ้าของให้สมบูรณ์ถูกต้อง อย่าให้มีความขาดตกบกพร่อง ในเมื่อไม่มีความขาดตกบกพร่องแล้วนี้ ความสมบูรณ์หากเกิดขึ้นที่จิตที่ใจของเรา ถ้าหากว่ามีความขาดตกบกพร่องแล้ว ความบกพร่องหากเกิดขึ้นที่จิตที่ใจของเราเหมือนกัน มันไม่มีความสมบูรณ์ มันขาดมันบกพร่อง

ลำดับที่ 003 เลขที่เทป 118/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290823 วันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2529
เดินก็เดินอย่างเป็นพระ นั่งให้นั่งอย่างเป็นพระ เดินอย่างผู้ปฏิบัติธรรม นั่งอย่างผู้ปฏิบัติธรรมนี้ นอนก็ให้นอนอย่างพระ อิริยาบถทั้งสี่ ให้เป็นอิริยาบถในลักษณะที่พระท่านปฏิบัติกันนี้ การกิน การถ่าย การเกี่ยวข้อง การพูดจาปราศรัย การเกี่ยวข้องทั้งหมด ให้มีการเกี่ยวข้องในลักษณะพระอันนี้ เป็นหน้าที่ของพระจะต้องปฏิบัติ เป็นหน้าที่ผู้ปฏิบัติธรรมจะต้องศึกษา ประพฤติปฏิบัติกัน การเดินทาง การนั่งรถนั่งรา ก็เหมือนกันนี้ ให้นั่งรถนั่งรา ก็นั่งรถนั่งราอย่างนักปฏิบัติธรรม นั่งรถนั่งราไปไหนมาไหน ก็นั่งรถนั่งราไปอย่างพระนั่งไป บางทีเหมือนขี้เหล้าก็มีนะ ดูก็มีแต่นักปฏิบัติธรรมเต็มรถเต็มรา เสียงอะไรต่อมิอะไรก็ไม่รู้ แสดงว่าเป็นผู้ไม่มีสติสตังในการพูดคุยกันเสียเลยนี้ อันนี้ก็ต้องระวัง เพราะการปฏิบัติธรรมนี้ พระพุทธเจ้าท่านให้ปฏิบัติเสมอนะนี่ ปฏิบัติเป็นประจำ ไม่ใช่ว่านั่งรถนั่งราหละ ปฏิบัติธรรมแล้วเป็นบาป

ลำดับที่ 004 เลขที่เทป 050/26 ชื่อแฟ้มข้อมูล 260823 วันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2526
ใจของเรานี่จึงเรียกว่ามีความสำคัญ ควรพากันระมัดระวัง ควรพากัน นี่ สำรวมใจของเราไว้ให้ดี ให้มีสติอยู่เสมอ สำรวมใจของเราไว้ในปัจจุบันนี่ ในเมื่อเรามีสติ สำรวมใจของเราไว้ให้ดี ในปัจจุบันนี้ อดีตมันก็จะดี เพราะวันคืนล่วงไปล่วงไป พรุ่งนี้มะรืนนี้ วันนี้ที่เรามีการระมัดระวังคุ้มครองรักษาใจของเราดี วันนี้ในเมื่ออีกหลายวัน วันนี้ก็จะกลายเป็นอดีต อดีตมันก็จะดี แล้วอีกนานอีกต่อไปข้างหน้า ในเมื่อเรามีการระมัดระวังรักษาใจของเราไว้ดีแล้ว หลายวัน ๆ เข้า กาลข้างหน้านานเท่าไรมันก็กลายเป็น ....อนาคต จะไกลสักเท่าไรมันก็กลายเป็นอนาคตที่ดี เป็นอนาคตที่ชอบธรรมแก่เรา เป็นอนาคตที่มีความเจริญก้าวหน้า ในด้านการปฏิบัติธรรมของเรา ไม่ต้องไปคาดคะเนเรื่องอนาคต กาลข้างหน้าเราจะไปยังไงนี่ กาลข้างหน้าเราไม่ต้องลังเลสงสัย นี่ ในเมื่อเรามีการปรับในปัจจุบันนี้ให้ดี เต็มสติความสามารถของเรา ความไม่ดีทั้งหลายอย่าให้มันมีขึ้น

ลำดับที่ 005 เลขที่เทป 022/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290613 วันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2529
การปฏิบัติธรรม เราต้องพยายามทำความติดต่อ ในอิริยาบทใด ๆ เราต้องอย่าให้อิริยาบถนั้นมาทำลายกิริยาของการปฏิบัติ เราจะนั่ง เราจะลุก เราจะเดิน เราจะว่ารับประทาน ขับถ่าย พูดจาปราศรัย หรือในการลุก การนั่ง การนอน การรับประทาน การถ่ายอุจจาระปัสสาวะ ต้องเป็นผู้ที่เป็นสติ ถ้าหากว่าเราเป็นผู้ที่มีสติ คือ การปรารถนา การปฏิบัติธรรมของเราอยู่ เราจะเป็นผู้ที่มีความสงบเรียบร้อย การเดินของเรา ก็จะเดินเรียบร้อย การนั่งของเราจะเรียบร้อย การพูดจาปราศรัยซึ่งกันและกัน ก็ออกมาในลักษณะที่เรียกว่า เป็นผู้ที่มีธรรม ออกมาในลักษณะที่เรียกว่าเป็นผู้ที่ปฏิบัติธรรม ถ้าหากว่าเราขาดสติแล้ว การเดินก็บอกว่าผู้ไม่มีธรรม การเดินก็บอกว่าไม่ใช่ผู้ปฏิบัติธรรม อิริยาบถใด ๆ ก็บอกว่าไม่ใช่ผู้ปฏิบัติธรรม การพูดจาปราศรัยซึ่งกันและกันก็บอกว่า ไม่ใช่ผู้ปฏิบัติธรรม หรือบอกว่าเป็นผู้ไม่มีธรรม คือการไม่มีการกระทำภายในใจนั่นเอง ต้องเป็นผู้มีสติ ปรารภธรรม เป็นผู้ปรารภสติ ให้เกิด ให้มีขึ้น

ลำดับที่ 006 เลขที่เทป 999/25 ชื่อแฟ้มข้อมูล 250717 วันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2525
ผู้ที่บวชก่อน ผู้ที่บวชเก่าแล้ว ก็ให้ศึกษาในตัวของเจ้าของให้มาก ว่ามีความถูกต้องเรียบร้อย ไม่มีความขาดตก ไม่มีความบกพร่องแล้วหรือยัง หรือว่ายังไม่เรียบร้อย ยังมีความบกพร่องอยู่ อันนี้ก็ในเมื่อยังปรากฏอยู่ว่า ยังมีความบกพร่อง ก็รีบแก้ไขเสีย จะได้เป็นตัวอย่าง จะได้เป็นแบบแผน แก่ผู้ที่มาบวชมาเรียนทีหลัง ถ้าหากว่าผู้เก่าก็ไม่สนใจในการศึกษาในตัวของเจ้าของ ว่าสมควรที่จะเป็นแบบเป็นแล้วหรือยัง หรือยังมีความบกพร่องอยู่นี่ ถ้าหากว่าไม่สนใจละก็ ไม่มีโอกาสที่ความบกพร่องที่มีอยู่จะหมดไป แล้วทีนี้ผู้บวชใหม่ มาเห็นผู้บวชเก่ามีแต่ความบกพร่อง มีแต่ความบกพร่อง หนักเข้าลูกศิษย์ผู้บวชนี่ ก็เห็นครูเห็นอาจารย์ผู้บวชเก่า มีการกระทำในทางที่ไม่เป็นธรรมเป็นวินัย ก็คิดว่าการกระทำที่ไม่เป็นธรรมเป็นวินัยนั้นหละ เป็นการถูกต้องตามธรรมตามวินัย แล้วก็ทำตามกันไป ตามกันไป ลุกลามกันไปหน้า ใช้ไม่ได้ อันนี้มันเป็นทางแห่งความเสื่อมเสีย ทำลายข้อวัตรปฏิบัติ ทำลายศาสนาคำสอนของพระพุทธเจ้า ด้วยความบกพร่องของเจ้าของ ให้คนอื่นคิดว่าความบกพร่องของเจ้าของนั้นหละ เป็นธรรมเป็นวินัยอันถูกต้องแล้ว

ลำดับที่ 007 เลขที่เทป 099/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290721 วันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2529
ข้อวัตรปฏิบัติทุกสิ่งทุกอย่างต้องคล่องตัว อย่าเป็นผู้อืดอาด อย่าเป็นผู้ที่ล้าหลัง คำว่าคล่องตัวไม่ใช่แล่นไป ไม่ใช่กระโดดไป คำว่าคล่องตัวนี่ มันคล่องอยู่ตลอดเวลา แวววาวอยู่ตลอดเวลา ภายในจิตในใจนี่ ถึงเวลาทำข้อวัตรปฏิบัติอะไร ถึงว่าจะเล็ก ๆ น้อย ๆ ถ้าเจ้าของอยู่ เจ้าของเห็น จะต้องช่วยกันทำ แม้แต่การล้างกระโถนการเช็ดกระโถนการเก็บกระโถน การอะไรก็ช่างต้องช่วยกันทั้งนั้นอย่าดูดาย การปัดการตาดก็เหมือนกัน ถึงเวลาหละ ต้องรีบทันทีอย่าไปอืดอาด อย่าเป็นคนหยาบ อย่าเป็นคนหลังแข็ง คำว่าหยาบคือยังไง ทำอะไรหยาบ ๆ นี่ตามันก็หยาบเพราะใจมันหยาบ ปัดตาดก็ไม่ แล้วปัดไปตรงไหน ถ้าปากว่าคนหลาย ๆ ปัดไม่แล้วดอก เหลียวดูตามหลังมันไม่แล้ว ปัดตรงนี้ตรงนั้นไม่ปัด ปัดตรงนั้นตรงนั้นไม่ปัด ทั้งที่เจ้าของผ่านไปนั่นหละนั่น ใจมันหยาบตามันก็หยาบ อย่าให้เป็นอย่างนั้น ต้องให้เป็นผู้ที่ละเอียดรอบคอบทุกสิ่งทุกอย่าง ตรงไหนพอเก็บตรงไหนพอกวาด ตรงไหนพอเช็ดตรงไหนพอปัด ตรงไหนพอถูตรงไหนไม่เป็นระเบียบตรงไหนไม่เรียบร้อย ไม่ต้องให้ใครมาบอก ตาของเรามี ใจของเรามีบอกเราเอง เป็นการฝึกเราให้เป็นคนมีหูมีตาเป็นการฝึกลักษณะคล้าย ๆ กับว่า คนไม่มีจิตไม่มีใจ จะต้องจูงกันไป เหมือนกับคนตาบอด

ลำดับที่ 008 เลขที่เทป 039/26 ชื่อแฟ้มข้อมูล 260729 วันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2526
จึงว่าการฝึกสติต้องฝึกไปในการสำรวม ในการเคลื่อนไหว ในตัวของเรานี่แหละ แม้แต่รับประทานอาหารนี่ เวลาเราหยิบขึ้นมาก็ให้รู้สึกตัว เราเอาใส่ปาก เราก็ให้รู้สึกตัวนี่ เราเคี้ยวเราก็รู้สึกตัว เราเคี้ยวนี่ก็ให้รู้สึกว่าเราเคี้ยว เราเคี้ยวนับว่าเราเคี้ยวกี่ครั้ง กลืนก็ให้รู้สึกว่ากลืน กลืนลงไปถึงไหน ๆ ถึงลำไส้ กระเพาะนี่ เราก็ให้มีสติตลอด ถึงว่าเราเอาเข้าไปใหม่ก็รู้ เวลาหยิบก็ให้มีสติ ให้มันหมุนอยู่ในความเคลื่อนไหวของเราจริง ๆ ในเมื่อมันหมุนอยู่ในความเคลื่อนไหวของเราจริง ๆ แล้ว โอกาสที่มันจะออกไปนอกธรรมนอกวินัยไม่มี ใจของเราอยู่กับธรรมจริง ๆ อยู่กับธรรมอยู่กับวินัยจริง ๆ อยู่กับธรรมวินัยนั้นก็คือ อยู่กับตัวของเรานี่หละ ออกจากตัวของเราแล้ว ออกจากธรรมวินัยทีเดียว

ลำดับที่ 009 เลขที่เทป 136/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 29091923 วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2529
คำว่าปล่อยใจ วันหนึ่ง ๆ เรามีการปล่อยใจกันกี่ครั้ง ตั้งแต่ลุกขึ้นมาจนกระทั่งไปบิณฑบาตแล้วก็กลับมา หลังจากฉัน ทุกสิ่งทุกอย่างขาดสติกี่ครั้ง เราจะต้องสังเกตดูและตรวจสอบอารมณ์ ตรวจสอบจิตใจของเรา การปล่อยสติการลืมตัว คือการขาดความเป็นสมณะ ถ้าหากว่าเราไม่มีสติซะเลย ความเป็นสมณะจะเอามาจากไหน แล้วการที่จะก้าวเข้าไปถึงความเป็นสาวกของพระพุทธเจ้า จะมีโอกาสก้าวเข้าไปถึงได้อย่างไร พากันระมัดระวังให้มากนะ ตลอดทั้งกินตลอดทั้งถ่าย ล้างบาตรล้างพก เอาบาตรไปเก็บบาตรหรือว่าตลอดถึงอาบน้ำสรงน้ำสรงท่า ทำข้อวัตรปฏิบัติใด ๆ อย่าปล่อยจิตอย่าปล่อยใจ ปล่อยจิตปล่อยใจแล้วจะเอาอะไรเป็นสมณะ

ลำดับที่ 010 เลขที่เทป 999/28 ชื่อแฟ้มข้อมูล 281105 วันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2528
ธรรมในที่นี้ หมายถึงสติก็เป็นธรรมะ ใจของเราถ้าหากว่าขาดสติเป็นธรรมเครื่องคุ้มครองแล้ว ใจของเรานี่ชอบจะผลิตอะไรต่อมิอะไรที่ไม่ใคร่จะถูกต้องนัก ใจของเราในเมื่อมีสติเป็นธรรมเครื่องคุ้มครองแล้ว จะนึกจะคิดจะอะไรต่อมิอะไรนี่ ชอบอยู่ในขอบเขตของความเป็นธรรม ธรรมะเป็นสติเครื่องคุ้มครองจิตใจ จึงว่า เราควรฝึกใจของเราให้มีสติ จะนั่งอยู่ก็ให้มีสติระลึกว่าเรานั่ง เราจะลุกก็ให้มีสติว่าเราลุก เราเดินก็ให้มีสติว่าเราเดิน ให้มีสติทุกอิริยาบถให้มีสติเป็นประจำ ไม่ลืมไม่ขาดสติ ในเมื่อเราไม่ลืมไม่ขาดสติ เราจะอยู่ในอิริยาบถใด เรามีธรรมเป็นเครื่องคุ้มครองใจเรา เพราะจิตมีสติเป็นธรรมเครื่องคุ้มครองนั้นจะไม่เสียหายได้ เพราะสติจะบัญชาจิตใจของเรา ให้มีความคิดความอ่านไปในทางนอกลู่นอกทางนอกธรรมนอกวินัยไม่ได้ มีแต่ที่จะตรงแน่วต่อธรรมต่อวินัยต่อคำสอนของพระพุทธเจ้าเท่านั้น จึงให้พากันฝึกสติ ทำให้ใจของเรามีสติเป็นประจำ นั่งอยู่เดี๋ยวนี้ก็ให้มีสติ มีสติอยู่ที่จิตมีสติอยู่ที่ใจของเรานั่น

ลำดับที่ 011 เลขที่เทป 999/28 ชื่อแฟ้มข้อมูล 281105 วันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2528
เราจะเหลียวซ้ายเหลียวขวาก็ให้มีสติว่าเราเหลียวซ้ายเหลียวขวา มือเท้าของเรามีการขยับเขยื้อนทางมือทางเท้านั้น เราจะมีการขยับเขยื้อนส่วนทางร่างกายทางไหน ก็ให้มีสติรู้การขยับเขยื้อนร่างกายของเรานั้น คนเราถ้าหากว่ามีสติเป็นธรรมเครื่องคุ้มครองจิตใจอยู่ เป็นคนเรียบร้อยงดงาม งดงามในทางเรียบร้อย งดงามในทางมรรยาท ถ้าหากว่าไม่มีสติแล้ว แม้แต่เดินก็ไม่รู้จักว่าเจ้าของเดิน พูดก็ไม่รู้จักว่าเจ้าของพูด เดิน ตึ่ง ๆ ตั้ง ๆ เท้ากับหู มันก็อยู่ด้วยกันอยู่ใกล้กัน บางทีคนอื่นเค้าอยู่ตั้งไกลเค้าก็ยังได้ยินว่าเดินดังจริง ๆ ไอ้เท้ากับหูมันก็อยู่ใกล้กันห่างกันก็ไม่เกินสี่ศอก อยู่ใกล้กันขนาดนี้มันก็ยังไม่ได้ยินว่าเจ้าของเดินดังนะ คนเค้าอยู่ไกลตั้ง 10 วาว่า โอ้ ใครเดินนะ บางทีเหลียวไปดู เจ้าของหนะไม่รู้ว่าเจ้าของเดินดังเสียอีก เพราะการเดินไม่มีสิต จึงว่าสติเป็นธรรมเครื่องประดับคนให้งาม คนไม่มีสติเป็นธรรมเครื่องคุ้มครองจิตใจแล้ว ถ้าหากว่าไม่มีซะเลยหละ เรียกว่าคนบ้า