ลำดับที่ 001 เลขที่เทป 999/24 ชื่อแฟ้มข้อมูล 240731 วันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2524
การถืออิริยาบถเว้นจากการนอน เป็นการกลั้นจิตกลั้นใจให้เข้มแข็ง ในเมื่อมีความเข้มแข็ง ทำอะไรจะแจ้งไปหมด กิเลสตัณหามันจะปรากฏขึ้น ในเมื่อใจของเรามีความเข้มแข็งแข็งแกร่งอยู่แล้ว มันจะอยู่เหนือจิตเหนือใจของเราไม่ได้ ท่านจึงสอนกันให้พอใจในการถือธุดงควัตร เรื่องอดหลับอดนอนเล็ก ๆ น้อย ๆ ในเมื่อเราถือเนสัชชักแล้ว เรื่องนั้นเป็นเรื่องเล็ก ถือเรื่องนั่งตลอดคืน ยิ่งได้กำลังมาก ได้มีโอกาสต่อสู้กับทุกขเวทนาที่สุด ทุกขเวทนาอันเกิดจากกการนั่งตลอดคืน สุดยิ่งกว่านั้นไม่มีแล้ว เรามีโอกาสได้ต่อสู้อย่างที่สุดแล้ว
ลำดับที่ 002 เลขที่เทป 999/24 ชื่อแฟ้มข้อมูล 240731 วันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2524
ผ้านุ่งห่มสามผืน ถือผ้านุ่งห่มบังสุกุลเป็นเครื่องตัดกิเลสทั้งนั้น ตัดความโลภ ความโลภของใจที่เคยเห็นทั้งนั้น เห็นอันนั้นก็อยากได้ เห็นอันนี้ก็อยากได้ อยากได้มาก ๆ เอาความตั้งใจจริงตัดเสีย เรียกว่าตัดด้วยความสัตย์เอาความสัตย์ที่ตั้งไว้ นั่นหละมาตัดกิเลสของเราที่มีอยู่ในจิตในใจไม่ให้มันแสดงออก ถึงมันจะแสดงออก มันก็ต้องถูกระงับไว้ด้วยความสัตย์ความจิรง ด้วยการถือธุดงควัตรของเรา จึงถือว่ามีประโยชน์มากทีเดียว ในเมื่อเราถือแล้วมันก็ทำให้เราเป็นผู้ที่มีความกังวลน้อย นุ่งผ้าห่มสามผืน ใช้ผ้าบังสุกุล ความสวยงามหรูหราก็ไม่มี นุ่งห่มเพราะประดับประดาก็เบาบางลงไป นุ่งห่มเพื่อความสวยงามอันนี้ก็ไม่ปรากฏ เพราะผ้าบังสุกุลมันเป็นไม่สวย นุ่งเพื่อปกปิดร่างกาย นุ่งเพื่อความเป็นลักษณะโลกเท่านั้น
ลำดับที่ 003 เลขที่เทป 999/24 ชื่อแฟ้มข้อมูล 240731 วันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2524
การบิณฑบาตมาฉัน อย่างนี้มันก็เป็นการตัดเครื่องกังวล บิณฑบาตมาได้น้อยก็ฉันน้อย บิณฑบาต มามากฉันพอดี มันไม่มีเครื่องกังวลใด ๆ เพิ่มเติมแล้ว ทีนี้ ในเมื่อเราฉันพอดีพองาม อิ่มบ้างไม่อิ่มบ้าง มันทำให้ธาตุในตัวเราเบา อาหารไม่มากมันก็ทำให้ไม่หนัก จะทำให้ความง่วงเหงา ความมึนเมาอันเกิดจากอาหารไม่มี โภชะเนนะมันยุตา พระพุทธเจ้าท่านสอนการบริโภคอาหาร ให้รู้จักความพอดี อย่าให้มากจนกระทั่งเกิดความมึนเมา ถ้าหากว่าโภชนียะมันยุตา มันจะพอดีไปหมด ไม่มืดไม่มัวไม่หนัก ไม่หน่วงไม่เหนื่อยไม่เพลีย ไม่เหนื่อยเพราะความพอดี ธุดงควัตรเป็นเครื่องขัดเกลาเป็นธรรมเครื่องขัดเกลากิเลส
ลำดับที่ 004 เลขที่เทป 016/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290122 วันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2529
พระพุทธเจ้าท่านยกย่องสรรเสริญมากมาย พระผู้ถือธุดงค์เป็นการบั่นทอนกิเลส พระพุทธเจ้าท่านยกย่องถือการฉันครั้งเดียว พระพุทธเจ้าท่านก็ยกย่องเป็นการละกิเลสความมักมากนี้ ให้น้อยลงไป เบาบางลงไป การฉันเฉพาะในบาตร ก็เป็นการละกิเลสคือการที่มุ่งรสมุ่งลาภมุ่งเอร็ดอร่อยอะไรเหล่านี้ ตัดตรงนั้นละตรงนั้น ให้มันหมดมันสิ้นไปนี้ แล้วก็ฉันเฉพาะที่บิณฑบาตมาได้ พระพุทธเจ้าท่านก็ยกย่องขึ้นอีก เป็นการถือธุดงค์อุกฤษ์ขึ้น เป็นการทำลายกิเลสยิ่งขึ้น ท่านยกย่องผู้ที่ถือผ้าสามผืน มีแต่ผ้าสบง มีแต่ผ้าจีวร มีแต่ผ้าสังฆาฏิ สามผืนเท่านี้ ถ้าหากว่าใครสามารถอันนี้เป็นสิ่งที่น่าอนุโมทนา หรือว่าถ้าหากว่าไม่สามารถอย่างอุกฤกษ์อย่างนี้ ก็เพียงแต่ว่าให้มันน้อย ๆ ลงไป การใช้บริขารส่วนใด ๆ ก็ให้ตามมีตามเกิด อย่าให้มันเกิดขึ้นมีขึ้นด้วยความขวนขวาย หรือด้วยความอยากของเจ้าของ ถ้าหากว่ามันเกิดขึ้นมีขึ้นด้วยความขวนขวาย ด้วยอำนาจของความอยาก อันนั้นเป็นการได้มาด้วยความมักมากของเจ้าของ
ลำดับที่ 005 เลขที่เทป 013/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290117 วันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2529
แม้แต่พระพุทธเจ้าท่านก็ยกย่องสรรเสริญ การเข้าเยี่ยมป่าช้า ส่งเสริมสรรเสริญผู้ที่ถือการเข้าเยี่ยมป่าช้าเป็นวัตร เป็นธุดงค์วัตร เป็นสถานเป็นมงคล เป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ปฏิบัติธรรม เข้าเยี่ยมป่าช้าเป็นวัตร ประโยชน์ของการเยี่ยมป่าช้าได้ประโยชน์มาก เข้าไปถึงเห็นแต่คนที่ตาย แล้วเอาไปฝัง คนที่ตายแล้วเอาไปฝัง หรือเอาไปเผานั้น ไม่มีอะไรทำให้เกิดความยินดีและยินร้าย ไม่มีอะไรที่จะทำให้จิตใจเกิดความกำเริบขึ้น เป็นสถานที่มงคล ทำจิตใจให้เข้าถึงความสงบระงับ มีความเป็นธรรม เป็นวินัยได้
ลำดับที่ 006 เลขที่เทป 010/26 ชื่อแฟ้มข้อมูล 260226 วันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2526
พระพุทธเจ้าจึงสอนให้เสวงหาอยู่ตามถ้ำตามเรือนร้างว่างเปล่า อยู่ตามป่าช้า อยู่ในล้อมฟาง อยู่รุกขมูลต้นไม้ อยู่ในที่แจ้ง รู้สึกว่าไม่ได้บอกำสอนนอนในกุฏิ เรือนร้างว่างเปล่าก็คือเรือนเขาทิ้งแล้ว อาจจะเป็นเรือนลักษณะแตกบ้านแตกช่อง หนีบ้านหนีช่อง ให้ไปแสวงหาสถานที่อย่างนั้น แสวงหาอยู่ในรุกขมูลต้นไม้ อยู่รุกขมูลต้นไม้นี้มันสดชื่นแจ่มใสจริง ๆ นอนก็นอนน้อยตื่นมาก อานิสงส์ของการอยู่รุกขมูลต้นไม้ อยู่ในที่แจ้ง อยู่ในป่าช้าก็มีอานิสงส์มาก มีความระแวดระวังมีความตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา จึงว่าพระพุทธเจ้านี้ท่านฉลาด ทางไปทางไหนที่จะไม่นิ่งนอนใจ ไม่ประมาทให้ท่านไปทางนั้น สอนให้รีบเร่ง สอนให้กินน้อยนอนน้อย มันก็คือ แสวงหาอยู่ที่ไกลที่ทุรกันดาร ป่าช้า ตามถ้ำ ตามเหว นอนในที่ดีมันมีความอบอุ่น ความระมัดระวังหน้าระวังหลัง ไม่มีผิดกันมาก อืดอาดความคล่องตัวเบาเนื้อเบาตัวไม่มี
ลำดับที่ 007 เลขที่เทป 999/25 ชื่อแฟ้มข้อมูล 250721 วันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2525
โดยเฉพาะอย่างยิ่งแต่ก่อน ผมชอบมากเรื่องการถือเนสัชชิกะ ถือเรื่องการไม่นอนนี้ ตั้งแต่แรกตั้งแต่พรรษาหนึ่งทีเดียวผมไม่ขาด ไม่ใช่เฉพาะวันพระเท่านั้น ไม่ใช่วันพระก็มีความอุสาหะ มีความพยายามเอาคนเดียว ขโมยทำนะไม่ให้คนอื่นรู้ ขโมยทำเอา เดินจงกรม นั่งภาวนา เดินจงกรมนั่งภาวนาถึงว่าหลับใหลไปบ้าง แต่ว่าไม่ยอมเอนตัวลงกับพื้นกระดาน ต่อสู้ แต่ถ้าหากว่าวันพระวันเจ้าอย่างนั่นจะเรียกว่า ไม่เคยทีเดียวโน่นหละ
ลำดับที่ 008 เลขที่เทป 099/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290721 วันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2529
เรื่องการถือธุดงค์ให้พากันมีจิตมีใจ ธุดงค์เป็นธรรมเป็นธรรมเครื่องประหารกิเลส เป็นธรรมเครื่องบั่นทอนกิเลส ธุดงค์แต่ละข้อ ๆ เป็นธรรมเครื่องบั่นทอนกิเลสทั้งนั้น ให้พากันสนใจ ให้พากันใคร่ในการที่จะปฏิบัติธุงควัตรนั้น ๆ ธุดงควัตรเป็นธรรมที่จะประหัตประหารกิเลสทุกข้อ อย่าเห็นสิ่งอื่นมีค่ากว่าธรรมคือธุดงควัตร บิณฑบาตเป็นวัตรเป็นธุดงค์ข้อหนึ่ง ฉันในบาตรเป็นวัตรเป็นธุดงค์ข้อหนึ่ง ฉันอาสนะเดียวเป็นวัตรเป็นธุดงค์ข้อหนึ่ง เวลาบิณฑบาตจะฉันเฉพาะที่บิณฑบาตมาได้เท่านั้น จะไม่รับภัตรที่ตามมาทีหลัง อันนี้ก็เป็นธุดงค์ข้อหนึ่ง ธุดงค์แต่ละข้อ ๆ เป็นธรรมเครื่องทำลายกิเลสทั้งนั้น เป็นการตัดเครื่องกังวลใจ อันนี้ให้พิจารณาเจ้าของเองสามารถแค่ไหนเพียงไรให้อยู่กับความสมัครใจ เพราะคำว่าธุดงค์เป็นเรื่องของความสมัครใจ พระพุทธเจ้าไม่ได้บีบบังคับให้พากันถือ ไม่เหมือนกับพระวินัย แต่ผู้ที่มุ่งทำลายบั่นทอนกิเลสจริง ๆ ต้องอาศัยธุดงค์นี่เป็นส่วนประกอบอย่างมากมาย
ลำดับที่ 009 เลขที่เทป 999/25 ชื่อแฟ้มข้อมูล 250717 วันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2525
การเว้นอิริยาบถนอนเป็นธุดงค์ข้อหนึ่ง พระพุทธเจ้าท่านพรรณนาเรื่องการถือธุดงค์ไว้มากทีเดียว เป็นธรรมเครื่องขัดเกลากิเลส จึงว่าให้พากันอุตสาหพยายามถึงว่า จะเหน็ดเหนื่อยต้องต่อสู้มากกับความง่วงเหงาหาวนอน ก็ให้ถือเอาการต่อสู้นั้นหละเป็นอานิสงส์ เรามีจิตมีใจที่จะต่อสู้ดีกว่าไม่มีจิตมีใจที่จะต่อสู้เสียเลย คนไม่มีจิตมีใจที่จะต่อสู้นั่นแสดงถึงความอ่อนแอไม่มีความเข้มแข็งในใจ ในเมื่อไม่มีความเข้มแข็งในใจ เราก็ควรที่จะสร้างความเข้มแข็งให้มีขึ้น เกิดขึ้นภายในใจของเรา ถ้าหากว่าเราไม่สร้าง มีแต่ที่จะอ่อนแอไปหน้าไม่อยู่ตัวไม่คงที่ อ่อนแอ เดี๋ยวนี้ขนาดนี้มันก็การปฏิบัติมันก็ยังถอยหลังถอยหลัง การที่เรียกว่าจะไปข้างหน้า บางทีมันน้อยกว่าถอยหลังเสียอีก ในเมื่อไปข้างหน้าน้อยกว่าถอยหลัง ก็เรียกว่าความอ่อนแอของเรานี้มากไปหน้า ถ้าหากว่าเราไม่มีความพยายามที่จะต่อสู้ไม่มีความอดความทน ความเข้มแข็งไม่มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้เลย
วันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
ข้อปฏิบัติ 10 การฉันน้ำร้อน น้ำชา เภสัช หมากพลู บุหรี่
ข้อปฏิบัติ 10 การฉันน้ำร้อน น้ำชา เภสัช หมากพลู บุหรี่
ลำดับที่ 001 เลขที่เทป 080/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290627 วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2529
ใช้เวลาฉันต้องการให้น้อยลงไป ต้องการให้ใช้เวลาฉันน้ำร้อนน้ำอุ่นให้น้อยให้สั้น ถ้าหากว่ามีอะไรต่อมิอะไรมันยาว มันยังมีอะไรต่ออะไรอีก ในระหว่างที่ฉันน้ำร้อนน้ำอุ่น ถ้าหากว่ามันอยู่ในสถานที่นั้นมันระยะมันยาว จึงว่ากิเลสมันไม่เต็มเป็นมันไม่ยุติมัน ๆ ก้าวหน้าอยู่ตลอดเวลา และมันก้าวทุก ๆ สถานที่ด้วย หลังจากเรียบร้อยแล้ว สถานที่ควรปัดก็ควรปัด ควรเช็ดก็ควรเช็ด ควรถูก็ควรถู เก็บให้เรียบร้อย ใช้เวลาให้สั้นที่สุด เพราะเราบวชคล้าย ๆ กับว่ามุ่งเพื่อประพฤติปฏิบัติ ประกอบความพากความเพียรเดินจงกรม นั่งสมาธิกัน ไม่ใช่จะใช้เวลามารวมกันโดยวิธี โดยลักษณะที่เรียกว่าเอามารวมกัน เรื่องการอยู่การกินกันมากเกินไป ในเมื่อมาถึงแล้วต่างองค์ ต่างองค์ก็ต่างนั่งฉัน ต่างองค์ก็ในเมื่อรับประทานแล้วก็ฉันตามอัธยาศัย จากนั้นถ้าหากว่าไม่เป็นการลำบาก ก็เอาแก้วของเจ้าของไปล้างแล้วเก็บไว้ให้เป็นที่ จะเป็นการแบ่งเบาภาระของเณรผ้าขาวได้บ้าง เณรก็จะได้มีเวลา ผ้าขาวก็จะได้มีเวลาอ่านหนังสงหนังสือ ท่องมนต์ท่องพร หรือว่าข้อวัตรปฏิบัติอันอื่น แม้แต่การถู การขัดกาก็จะมีเวลา เรื่องการถูกาขัดกานี้ บางทีมันไม่มีเวลา ส่วนมากมันไม่มีเวลา กามันจึงดำเหมือนกา ทั้ง ๆ ที่กาแต่ก่อนมันก็ขาว
ลำดับที่ 002 เลขที่เทป 067/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290620 วันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2529
ถึงเวลาตอนบ่ายสามโมง สองสามโมง มีการฉันน้ำร้อน มีความประสงค์จะฉัน ถึงเวลาให้มา อย่ามา ช้าจนเกินไปเสียเวลาผู้อื่น เสียเวลาทำให้ล่าช้าเพราะเรา ล่าช้าในการเก็บ ล่าช้าในการล้างนี้ ใช้เวลาฉันน้ำร้อนนี้ให้มันสั้น ทำยังไงมันจะสั้น อย่ายืดอย่าให้มันยาว เพราะเวลาของเรา มัน ๆ ควรที่จะเอามาทำเป็นให้เป็นประโยชน์ให้มาก ๆ ไม่ควรที่เอาเวลามาใช้เป็นประโยชน์ในการขบการฉันกันมากนัก หลังจากฉันแล้ว ส่วนมากก็พากันปัดตาดปัดอะไรกัน ปัดตาดนี้พากันตั้งอกตั้งใจ ให้ละเอียดในการปัดการกวาดให้ละเอียด อย่าทำเป็นคนหยาบ ให้พากันรักษา อย่าพากันทอดธุระ ถึงเวลาปัดตาดนี้ ให้พาให้ ๆ ถือว่าเป็นหน้าที่ที่จำเป็นที่สำคัญ อย่าถืออันอื่นมีความจำเป็นยิ่งกว่าการปัดการตาดของเรา
ลำดับที่ 003 เลขที่เทป 999/25 ชื่อแฟ้มข้อมูล 250711 วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2525
การฉันน้ำร้อนฉันอะไรต่อมิอะไรที่กุฏิ ถ้าหากว่าไม่ป่วยไม่ไข้ ควรเลิกอย่าให้มันมี ฉันเฉพาะที่ประชุมก็พอแล้ว ไม่จำเป็นจะต้องไปฉันที่กุฏิ เสียเวลา แต่ก่อน สามวันฉันน้ำร้อนกันครั้งหนึ่ง สามวันฉันน้ำร้อนกันครั้งหนึ่ง ถึงว่าจะบวชใหม่บวชเก่า เล็ก ๆ น้อยก็อยู่ในระเบียบนี่ ที่จะอิสรเสรีตามชอบใจไม่ค่อยมี ถึงครูบาอาจารย์ท่านไม่ได้มีการกวดขันอะไรมาก แต่ความรู้จักความพอดี มันหากมี ว่าควรไม่ควร ถ้าหากว่าความรู้จักควรไม่ควร มันไม่มีในเจ้าของ อันนี้เป็นอุปสรรคในการปฏิบัติอย่างมากทีเดียว มันไม่เป็น มันจะเป็นยังไงของมัน กังวลแต่เรื่องกิน
ลำดับที่ 004 เลขที่เทป 002/28 ชื่อแฟ้มข้อมูล 280126 วันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2528
เรื่องเหล่านี้ ถ้าหากว่าเราจะทานบ้าง หมายถึงหมาก เราจะสูบบ้างหมายถึงบุหรี่ ถ้าหากว่าไม่เป็นเครื่องกังวลแล้วก็ไม่เป็นการทำลายสุขภาพ มันก็ไม่มีอะไรที่จะน่าวิตก ถ้าหากว่ามันเกิดความกังวลแล้วก็สูบเข้าไป รู้สึกว่ามันไม่สบายในธาตุขันธ์ของเรา อันนี้เราน่าพิจารณา เพราะคำว่าธาตุขันธ์ร่างกาย เป็นของที่มีค่ากว่าทุกสิ่งทุกอย่าง เราจะเห็นว่า คำว่าบุหรี่ รึ คำว่าหมากนั้น มีค่ากว่าสุขภาพร่างกาย ความเห็นของเรานี้ไม่ถูกต้อง เพราะพระพุทธเจ้าท่านไม่ได้ทรงเทศนาไว้ว่า คำหมากรึบุหรี่ นี่เป็นของมีค่าเป็นของหาได้ยาก ท่านไม่ได้เทศนาไว้อย่างนั้น ท่านว่าอัตภาพร่างกายเป็นมนุษย์มนาอย่างเรา ๆ นี่หละเป็นของหาได้ยาก เราก็ไม่ควรที่จะเอาของหาได้ยากอันนี้ ไปแลกกับของที่พระพุทธเจ้าท่านไม่รับรองว่าเป็นของหาได้ยากรึเป็นของมีคุณค่าอะไร ถ้าหากว่าไม่เป็นไปเพื่อเสื่อมเสียสุขภาพของเรา รู้สึกว่าความเสียหายอาจจะมีก็คงจะไม่มากนัก ถ้าหากว่าในเมื่อสูบเข้าไปแล้วรึว่าทานเข้าไปนี่ เสื่อมรึโทรมลงรึมีปฏิกิริยาที่เรียกว่า เพราะคำว่าหมากรึบุหรี่เป็นเหตุ เราก็ควรที่จะทิ้งเสีย ไม่ควรที่จะเห็นหมากรึบุหรี่นั้น มีความสำคัญเท่าสุขภาพร่างกายของเรา ร่างกายของเรานี่ เป็นของที่มีค่าจริง ๆ แม้แต่องค์สมเด็จพระพุทธเจ้าก็ยังว่า ร่างกายของเรา ๆ นี้หละเป็นของที่มีค่ายิ่งกว่าสิ่งใด ๆ ในโลก
ลำดับที่ 001 เลขที่เทป 080/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290627 วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2529
ใช้เวลาฉันต้องการให้น้อยลงไป ต้องการให้ใช้เวลาฉันน้ำร้อนน้ำอุ่นให้น้อยให้สั้น ถ้าหากว่ามีอะไรต่อมิอะไรมันยาว มันยังมีอะไรต่ออะไรอีก ในระหว่างที่ฉันน้ำร้อนน้ำอุ่น ถ้าหากว่ามันอยู่ในสถานที่นั้นมันระยะมันยาว จึงว่ากิเลสมันไม่เต็มเป็นมันไม่ยุติมัน ๆ ก้าวหน้าอยู่ตลอดเวลา และมันก้าวทุก ๆ สถานที่ด้วย หลังจากเรียบร้อยแล้ว สถานที่ควรปัดก็ควรปัด ควรเช็ดก็ควรเช็ด ควรถูก็ควรถู เก็บให้เรียบร้อย ใช้เวลาให้สั้นที่สุด เพราะเราบวชคล้าย ๆ กับว่ามุ่งเพื่อประพฤติปฏิบัติ ประกอบความพากความเพียรเดินจงกรม นั่งสมาธิกัน ไม่ใช่จะใช้เวลามารวมกันโดยวิธี โดยลักษณะที่เรียกว่าเอามารวมกัน เรื่องการอยู่การกินกันมากเกินไป ในเมื่อมาถึงแล้วต่างองค์ ต่างองค์ก็ต่างนั่งฉัน ต่างองค์ก็ในเมื่อรับประทานแล้วก็ฉันตามอัธยาศัย จากนั้นถ้าหากว่าไม่เป็นการลำบาก ก็เอาแก้วของเจ้าของไปล้างแล้วเก็บไว้ให้เป็นที่ จะเป็นการแบ่งเบาภาระของเณรผ้าขาวได้บ้าง เณรก็จะได้มีเวลา ผ้าขาวก็จะได้มีเวลาอ่านหนังสงหนังสือ ท่องมนต์ท่องพร หรือว่าข้อวัตรปฏิบัติอันอื่น แม้แต่การถู การขัดกาก็จะมีเวลา เรื่องการถูกาขัดกานี้ บางทีมันไม่มีเวลา ส่วนมากมันไม่มีเวลา กามันจึงดำเหมือนกา ทั้ง ๆ ที่กาแต่ก่อนมันก็ขาว
ลำดับที่ 002 เลขที่เทป 067/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290620 วันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2529
ถึงเวลาตอนบ่ายสามโมง สองสามโมง มีการฉันน้ำร้อน มีความประสงค์จะฉัน ถึงเวลาให้มา อย่ามา ช้าจนเกินไปเสียเวลาผู้อื่น เสียเวลาทำให้ล่าช้าเพราะเรา ล่าช้าในการเก็บ ล่าช้าในการล้างนี้ ใช้เวลาฉันน้ำร้อนนี้ให้มันสั้น ทำยังไงมันจะสั้น อย่ายืดอย่าให้มันยาว เพราะเวลาของเรา มัน ๆ ควรที่จะเอามาทำเป็นให้เป็นประโยชน์ให้มาก ๆ ไม่ควรที่เอาเวลามาใช้เป็นประโยชน์ในการขบการฉันกันมากนัก หลังจากฉันแล้ว ส่วนมากก็พากันปัดตาดปัดอะไรกัน ปัดตาดนี้พากันตั้งอกตั้งใจ ให้ละเอียดในการปัดการกวาดให้ละเอียด อย่าทำเป็นคนหยาบ ให้พากันรักษา อย่าพากันทอดธุระ ถึงเวลาปัดตาดนี้ ให้พาให้ ๆ ถือว่าเป็นหน้าที่ที่จำเป็นที่สำคัญ อย่าถืออันอื่นมีความจำเป็นยิ่งกว่าการปัดการตาดของเรา
ลำดับที่ 003 เลขที่เทป 999/25 ชื่อแฟ้มข้อมูล 250711 วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2525
การฉันน้ำร้อนฉันอะไรต่อมิอะไรที่กุฏิ ถ้าหากว่าไม่ป่วยไม่ไข้ ควรเลิกอย่าให้มันมี ฉันเฉพาะที่ประชุมก็พอแล้ว ไม่จำเป็นจะต้องไปฉันที่กุฏิ เสียเวลา แต่ก่อน สามวันฉันน้ำร้อนกันครั้งหนึ่ง สามวันฉันน้ำร้อนกันครั้งหนึ่ง ถึงว่าจะบวชใหม่บวชเก่า เล็ก ๆ น้อยก็อยู่ในระเบียบนี่ ที่จะอิสรเสรีตามชอบใจไม่ค่อยมี ถึงครูบาอาจารย์ท่านไม่ได้มีการกวดขันอะไรมาก แต่ความรู้จักความพอดี มันหากมี ว่าควรไม่ควร ถ้าหากว่าความรู้จักควรไม่ควร มันไม่มีในเจ้าของ อันนี้เป็นอุปสรรคในการปฏิบัติอย่างมากทีเดียว มันไม่เป็น มันจะเป็นยังไงของมัน กังวลแต่เรื่องกิน
ลำดับที่ 004 เลขที่เทป 002/28 ชื่อแฟ้มข้อมูล 280126 วันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2528
เรื่องเหล่านี้ ถ้าหากว่าเราจะทานบ้าง หมายถึงหมาก เราจะสูบบ้างหมายถึงบุหรี่ ถ้าหากว่าไม่เป็นเครื่องกังวลแล้วก็ไม่เป็นการทำลายสุขภาพ มันก็ไม่มีอะไรที่จะน่าวิตก ถ้าหากว่ามันเกิดความกังวลแล้วก็สูบเข้าไป รู้สึกว่ามันไม่สบายในธาตุขันธ์ของเรา อันนี้เราน่าพิจารณา เพราะคำว่าธาตุขันธ์ร่างกาย เป็นของที่มีค่ากว่าทุกสิ่งทุกอย่าง เราจะเห็นว่า คำว่าบุหรี่ รึ คำว่าหมากนั้น มีค่ากว่าสุขภาพร่างกาย ความเห็นของเรานี้ไม่ถูกต้อง เพราะพระพุทธเจ้าท่านไม่ได้ทรงเทศนาไว้ว่า คำหมากรึบุหรี่ นี่เป็นของมีค่าเป็นของหาได้ยาก ท่านไม่ได้เทศนาไว้อย่างนั้น ท่านว่าอัตภาพร่างกายเป็นมนุษย์มนาอย่างเรา ๆ นี่หละเป็นของหาได้ยาก เราก็ไม่ควรที่จะเอาของหาได้ยากอันนี้ ไปแลกกับของที่พระพุทธเจ้าท่านไม่รับรองว่าเป็นของหาได้ยากรึเป็นของมีคุณค่าอะไร ถ้าหากว่าไม่เป็นไปเพื่อเสื่อมเสียสุขภาพของเรา รู้สึกว่าความเสียหายอาจจะมีก็คงจะไม่มากนัก ถ้าหากว่าในเมื่อสูบเข้าไปแล้วรึว่าทานเข้าไปนี่ เสื่อมรึโทรมลงรึมีปฏิกิริยาที่เรียกว่า เพราะคำว่าหมากรึบุหรี่เป็นเหตุ เราก็ควรที่จะทิ้งเสีย ไม่ควรที่จะเห็นหมากรึบุหรี่นั้น มีความสำคัญเท่าสุขภาพร่างกายของเรา ร่างกายของเรานี่ เป็นของที่มีค่าจริง ๆ แม้แต่องค์สมเด็จพระพุทธเจ้าก็ยังว่า ร่างกายของเรา ๆ นี้หละเป็นของที่มีค่ายิ่งกว่าสิ่งใด ๆ ในโลก
วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2552
หัวข้อย่อย 09 การไปมาหาสู่ คุยกัน เกี่ยวข้องกัน พูดจาปราศรัย การปฏิสันถารต้อนรับแขก
หัวข้อย่อย 09 การไปมาหาสู่ คุยกัน เกี่ยวข้องกัน พูดจาปราศรัย การปฏิสันถารต้อนรับแขก
ลำดับที่ 001 เลขที่เทป 080/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290627 วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2529
พูดจาปราศรัยกัน ยังใช้คำพูดยังไม่ถูกตามหลักธรรมหลักวินัย เนื่องจากว่ายังมีความแข็งกระด้างกันมาก ถ้าหากว่าถามไม่เป็นพูดไม่เป็น อย่าไปพูดอย่าไปถาม ถ้าหากว่าจะถามเป็นพูดเป็น ต้องถามให้มันมีมรรยาท อย่าถามในลักษณะที่ว่าเดินผ่านพูดกัน การพูดต้องมีกิจลักษณะ เพิ่นเดินอยู่เราไม่มีความจำเป็นอะไรจะต้องไปพูดก็ไม่ ควรจะใช้เวลาเดินสวนกันพูด หรือว่าเดินตามกันพูด เวลาที่จะพูด เวลาที่จะถามมันมีเยอะแยะไม่อดไม่อยาก อันนี้ไม่ใช่เป็นการถือหากัน แต่สิ่งที่ควรถือธรรมะวินัย ไม่ใช่จะถือตัว การถือตัวถือตนเป็นสิ่งที่ไม่ควร แต่การถือธรรมถือวินัย เป็นสิ่งที่ควรถือเป็นอย่างยิ่ง จะพูดจาปราศรัยกับผู้หลักผู้ใหญ่ ควรที่จะยกมือขึ้นขอโอกาสเสียก่อน ท่านยืนอยู่ก็นั่งลงก็ได้ ถ้าหากว่ามีความจำเป็น ควรที่จะทักทายปราศรัย ควรที่จะพูดยกมือขึ้นประนมมือขอโอกาสดี
ลำดับที่ 002 เลขที่เทป 080/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290627 วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2529
ผู้ใหญ่ต้องรู้จักเจ้าของ เป็นผู้ใหญ่ให้ระวังกิริยามารยาทของความเป็นผู้ใหญ่ ผู้น้อยก็ให้รู้จักเจ้าของ เป็นผู้น้อยแสดงความเป็นผู้น้อยให้มีความเหมาะสม เรื่องการถือรองเท้าใส่รองเท้าก็เหมือนกัน ถ้าหากว่ามันไม่จำเป็น พระพุทธเจ้าจะวางเป็นหลักธรรมหลักวินัยไว้ทำไม ผู้มีพรรษาน้อยไม่ถือรองเท้าไม่ใส่รองเท้า ผู้มีพรรษาน้อยใส่รองเท้า เณร บางทีครูบาไม่ได้ใส่นี้ อันนี้มันศาสนาของคนมีกิเลสหนา
ลำดับที่ 003 เลขที่เทป 091/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290714 วันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2529
จึงว่าให้พากันระมัดระวังเรื่องการพูดจาปราศรัยซึ่งกันและกัน พยายามพูดกันให้น้อย และพยายามพูดกันให้เป็นสุภาษิต และเป็นอรรถเป็นธรรม สิ่งที่ไม่เป็นสุภาษิต สิ่งที่ไม่เป็นอรรถเป็นธรรม ไม่ใช่หน้าที่ของเราสมณะ หน้าที่ของเราบรรพชิตจะพูดกัน ถึงจะมีการบอกกล่าวตักเตือนกันบ้าง ก็ให้ตั้งความหวังดี ตั้งเมตตาเอาไว้ในจิตในใจเสียก่อน ถ้าหากว่ายังไม่มีการทำจิตทำใจ อย่าไปพูดอย่าไปตักเตือนซึ่งกันและกัน แล้วผลสะท้อนมันจะออกมาในลักษณะที่เรียกว่าไปทางลบ อันนี้มันอดที่จะเกิดมีขึ้นไม่ได้ เพราะต่างคนมันก็มีข้าศึก อยู่ในจิตใจของทุกคนอยู่แล้ว
ลำดับที่ 004 เลขที่เทป 028/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290312 วันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2529
พระเล็กพระน้อย ก็ให้มีความเคารพซึ่งกันและกันตามระดับพรรษา เณรก็ให้มีความเคารพพระแม้แต่พระเล็กพระน้อยพึ่งบวชใหม่ ก็ให้มีความเคารพอย่าข้ามกลาย ทำความนอบน้อมในตัวของเราอยู่ตลอดเวลา ในลักษณะนี้เป็นผู้ที่สำรวมกายของเจ้าดีแล้ว ไปมาหาสู่ซึ่งกันและกันนี่ ก็ไปมาหาสู่ที่เป็นธรรมเป็นวินัย ถ้าหากว่าผู้ที่ไปหามีอายุพรรษามากกว่า ก็ให้รู้จักว่าเราผู้ที่นั้นเป็นผู้ที่เจ้าของกุฏิ ก็ให้รู้ก็มีการปูเสื่อปูสาดอาสนะนี่ ขนาดไหนเพียงไรให้รู้จัก หรือไม่มีก็คล้าย ๆ กะมีการจัดการลุกขึ้นมีการปฏิสันถารมีความนอบน้อม ผู้ที่มีพรรษาน้อยกว่าไปหาผู้ที่มีพรรษามากกว่า แม้แต่ผิดกันเพียงหนึ่งพรรษาหรือสองพรรษา ก็ให้มีมีความเคารพไปก็ให้มีการกราบการไหว้ซึ่งกันและกัน การกราบการไหว้ซึ่งกันและกันนั้น เป็นการทำลายทิฐิของเราโดยตรง ทำลายทิฐิทำลายมานะทำลายทิฐิทำลายตัวมานะ ก็คือตัวกิเลสทำลายมันลงไป ทำความนอบน้อมเท่าไร เป็นการทำลายตัวทิฐิตัวมานะมากเท่านั้น แข็งกระด้างเท่าไร เป็นการเสริมสร้างตัวกิเลสมากเท่านั้น ให้มีความเคารพซึ่งกันและกัน การพูดจาปราศรัยอย่าคุยกันในลักษณะสนุกสนาน อย่าคุยกันในลักษณะที่เป็นเพื่อน บางทีก็มีแต่พวกเรา ๆ นี่ บางทีหละจะเป็นลักษณะคุยหยอกกันก็มี ไอ้เรื่องหยอกกันหนะมันศีลเศร้าหมองเข้าใจมั้ย มันใช้ไม่ได้ อย่าให้มันมีคำหยอกคำว่าเล่น ไม่ใช่เรื่องของพระ แม้แต่ชาวบ้านหยอกเล่นมันก็ยังไม่ดี อย่าให้มันมี
ลำดับที่ 005 เลขที่เทป 999/25 ชื่อแฟ้มข้อมูล 250709 วันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2525
การไปมาหาสู่กันที่ไม่จำเป็นก็ให้หลีก เพราะเราก็เรียกว่าไม่ได้มุ่งเพื่อไปมาหาสู่คุย สนทนาอะไรกัน ความมุ่งความประสงค์ของเรา เรียกว่าต่างคนต่างมุ่งมาเพื่อแสวงหาข้อปฏิบัติ แสวงหาความสงบ หลีกเร้นในการที่จะทำจิตทำใจ ในเมื่อมีเหตุมีความจำเป็น จึงไปมาหาสู่กันได้ ในเมื่อหมดเรื่องหมดราวที่จะพูดจาปราศรัยแล้วก็ ต่างคนต่างไปที่พัก ใจของเราบางทีบางขณะเขาไม่ชอบอยู่คนเดียว ที่เขาไม่ชอบอยู่คนเดียวนั่นหนะ เรียกว่าใจของเราถูกอกุศลครอบงำ มีความกระหายมีความร้อนรน เราให้รู้จัก ใจมีความกระหาย ใจมีความกระหายอันนี้ เขาก็เป็นของที่ดับเป็น เราให้ต่อสู้ด้วยการเดินจงกรม ต่อสู้ด้วยการนั่งสมาธิ เอาสมาธิเอาภาวนานี่ข่มเข้า เอาสมาธิเอาภาวนานี่ชนะเขา
ลำดับที่ 006 เลขที่เทป 118/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290823 วันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2529
การเกี่ยวข้องซึ่งกันและกัน เกี่ยวข้องอย่างเป็นพระเกี่ยวข้องกัน การไปมาหาสู่ดูเสียก่อนมีความจำเป็นมั้ย ถ้าหากว่าไม่มีความจำเป็นอย่าไปมาหาสู่กัน ต่างคนต่างอยู่ตามลำพัง เพราะพระพุทธเจ้าท่านสอนให้อยู่อย่างหลีกเร้นนี่ อยู่อย่างหลีกเร้น อยู่ตามลำพังทำความสงบ ปรารถนาความสงบภายในจิตในใจให้มีความวิเวกทางกาย ให้มีความวิเวกภายในจิตในใจ อันนี้พระพุทธเจ้าท่านสอนอย่างนี้ ครูบาอาจารย์ก็สอนอย่างนี้ เราให้มุ่งในหน้าที่ของเรา ที่พระพุทธเจ้าท่านบอกท่านสอนเอาไว้ ให้จริงจัง จึงว่าให้ตรวจตราดูการไปมาหาสู่ การเกี่ยวข้องมีความจำเป็นหรือไม่ และเป็นประโยชน์หรือไม่ ถ้าหากว่าไม่มีความจำเป้นในการที่จะเกี่ยวข้องกัน ไม่เป็นประโยชน์ในการที่จะเกี่ยวข้องกัน เราต่างองค์ต่างอยู่ ต่างองค์มีหน้าที่ปฏิบัติจิตใจของกันและกันแล้ว ก็ปฏิบัติจิตใจของเราตามลำพัง ในสถานที่พัก ในสถานที่วิเวก อันนี้เป็นการปฏิบัติธรรมที่ถูกต้อง การเกี่ยวข้องอย่างพระเกี่ยวข้องกัน เกี่ยวข้องกันในลักษณะนี้ การพูดจาปราศรัยกันซึ่งกันและกันก็เหมือนกัน ให้พูดจาปราศรัยอย่างพระคุยกัน พระพูดกันคือ พูดกันอย่างไง อย่าลืมว่าเราเป็นพระ ให้มีความอ่อนน้อม ให้มีความอ่อนนุ่ม ในการพูดจาปราศรัยซึ่งกันและกัน อย่าพูดอย่างชาวบ้านคุยกัน อย่าพูดอย่างไม่มีสติ ถ้าหากว่าไม่มีสติลืมตัว มันก็เหมือนชาวบ้านดี ๆ นั้นเอง
ลำดับที่ 007 เลขที่เทป 140/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290923 วันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2529
พูดกันอย่าง อย่างพระพูด ระมัดระวังคำพูดให้พอดีพองาม อย่าให้แรงเกินไป อย่าให้ค่อยเกินไป แรงเกินไปขนาดพูดอยู่ข้างบน ข้างล่างได้ยินแรงมากไป เพราะเราพูดให้คนข้างบนฟัง อย่าให้ค่อยจนกระทั่งเราต้องการพูดให้เขาฟัง พูดให้เขา พูดให้รู้เรื่อง อย่าพูดค่อยจนกระทั่งเขาไม่รู้เรื่อง หรือเขาไม่ได้ยินหละ ระหว่างที่พูดกัน ผู้ที่ฟังให้มีความอ่อนน้อมกันให้มาก ผู้ใหญ่ต้องเป็นผู้ใหญ่ ผู้น้อยต้องเป็นผู้น้อย ผู้ใหญ่ก็ไม่รู้จักเจ้าของเป็นผู้ใหญ่ มันเป็นการฝึกผู้น้อยให้ไม่รู้จักว่าเจ้าของเป็นผู้น้อย แต่ผู้ใหญ่ไม่ใช่ถือตัวในลักษณะ (เป็นการถือตัวทำเพื่อเป็นข้อปฏิบัติ) ไม่ใช่ทำเพื่อเป็นการถือตัว ทำเพื่อเป็นข้อปฏิบัติ อย่าคุยกันลักษณะเพื่อนคุยกัน ครูบาอาจารย์ที่เป็นครูบาอาจารย์นั้น แม้แต่พรรษาเดียวกัน อ่อนหลังท่านก็ยังทรงอ่อนน้อมต่อกันมาก เพราะท่านเคารพธรรม เราไม่เอาอย่างครู ไม่เอาอย่างอาจารย์แล้วเราจะเอาอย่างใครกัน เอาอย่างความเคยชินมันก็ตามกิเลสของเจ้าของนั้น ท่านเคารพกัน ท่านอ่อนน้อมซึ่งกันและกัน ข้อปฏิบัติท่านที่มีการคล่องตัว พูดกันถึงว่าการพับผ้าสังฆาฏินี่ พูดกันถึงว่าการล้างเท้า เช็ดเท้า ท่านไม่ได้ถือว่าท่านมีลูกศิษย์ลูกหา แล้วท่านไม่ถือว่าเขานับถือเป็นครูเป็นอาจารย์ ว่าทำอย่างนั้นมันไปทำไม่ได้เป็นอย่างงั้น
ลำดับที่ 008 เลขที่เทป 007/26 ชื่อแฟ้มข้อมูล 260205 วันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2526
การเกี่ยวข้องกับบุคคลทั่ว ๆ ไป ในเมื่อเกี่ยวข้องแล้วเป็นประโยชน์ ก็เกี่ยวข้องกันไป ในเมื่อเกี่ยวข้องแล้วไม่เป็นประโยชน์ มันก็ไม่ต้องสนใจที่จะเกี่ยวข้องนั้น มันก็ไม่มีคำว่าเกี่ยวข้อง แล้วประโยชน์ก็คือว่า สิ่งไหนที่จะเป็นไปเพื่อความรู้เพื่อความเข้าใจ เป็นไปที่จะปลูกศรัทธาความเลื่อมใสให้เกิดให้มีขึ้นในข้อปฏิบัติในทางพระพุทธศาสนา ก็บอกก็อบรมกันไป หรือสนทนาปราศรัยกันไปชักจูงกันไป ในเมื่อพอที่จะเป็นไปได้ ในเมื่อเห็นว่าเป็นไปไม่ได้ อันนั้นมันก็เรื่องของเขา การเกี่ยวข้อง ในเมื่อมันเป็นประโยชน์ก็เกี่ยวข้องกันไป ในเมื่อการเกี่ยวข้องไม่เป็นประโยชน์ ถ้าหากไปเกี่ยวข้องแล้วมันไม่ได้ประโยชน์ เราไปเกี่ยวข้อง อันนั้นมันไม่ถูก เกี่ยวข้องแล้วมันไม่ได้ประโยชน์ จะไปเกี่ยวข้องกันทำไม คำว่าประโยชน์นี้ไม่ใช่ประโยชน์ส่วนตัว เป็นประโยชน์ส่วนรวม เป็นประโยชน์ทั้งเราและเขา ถ้าหากเกี่ยวข้องกันเราก็ไม่ได้ประโยชน์ เขาก็ไม่ได้ประโยชน์ มันไม่ใช่เพียงเท่านั้น มันเสียประโยชน์เสียอีก จึงว่าเลิกการเกี่ยวข้องกันเสียดีกว่า
ลำดับที่ 009 เลขที่เทป 999/24 ชื่อแฟ้มข้อมูล 240419 วันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2524
มีใครไปใครมา มาถึงกลางวันเดินทางมา น้ำมีความจำเป็น จะต้องจัดต้องหา เพราะเราอยู่กับวัด อยู่กับที่เป็นเจ้าบ้าน แขกที่มาใหม่ไม่รู้ว่าน้ำอยู่ที่ไหน ตลอดถึงอะไรก็ช่าง สิ่งอื่นเราก็ต้องหา จัดหาต้องดูแลเรื่องปฏิสันถาร พระพุทธเจ้าท่านสอนว่าต้องให้มีความเอาใจใส่ ถ้าขาดการเอาใจใส่ในเรื่องการปฏิสันถาร ใช้ไม่ได้ การปฏิสันถารก็คือ การต้อนรับการรับรอง อำนวยความสะดวกให้เป็นที่สบายใจแก่แขกที่มาเยี่ยมเยียน
ลำดับที่ 001 เลขที่เทป 080/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290627 วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2529
พูดจาปราศรัยกัน ยังใช้คำพูดยังไม่ถูกตามหลักธรรมหลักวินัย เนื่องจากว่ายังมีความแข็งกระด้างกันมาก ถ้าหากว่าถามไม่เป็นพูดไม่เป็น อย่าไปพูดอย่าไปถาม ถ้าหากว่าจะถามเป็นพูดเป็น ต้องถามให้มันมีมรรยาท อย่าถามในลักษณะที่ว่าเดินผ่านพูดกัน การพูดต้องมีกิจลักษณะ เพิ่นเดินอยู่เราไม่มีความจำเป็นอะไรจะต้องไปพูดก็ไม่ ควรจะใช้เวลาเดินสวนกันพูด หรือว่าเดินตามกันพูด เวลาที่จะพูด เวลาที่จะถามมันมีเยอะแยะไม่อดไม่อยาก อันนี้ไม่ใช่เป็นการถือหากัน แต่สิ่งที่ควรถือธรรมะวินัย ไม่ใช่จะถือตัว การถือตัวถือตนเป็นสิ่งที่ไม่ควร แต่การถือธรรมถือวินัย เป็นสิ่งที่ควรถือเป็นอย่างยิ่ง จะพูดจาปราศรัยกับผู้หลักผู้ใหญ่ ควรที่จะยกมือขึ้นขอโอกาสเสียก่อน ท่านยืนอยู่ก็นั่งลงก็ได้ ถ้าหากว่ามีความจำเป็น ควรที่จะทักทายปราศรัย ควรที่จะพูดยกมือขึ้นประนมมือขอโอกาสดี
ลำดับที่ 002 เลขที่เทป 080/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290627 วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2529
ผู้ใหญ่ต้องรู้จักเจ้าของ เป็นผู้ใหญ่ให้ระวังกิริยามารยาทของความเป็นผู้ใหญ่ ผู้น้อยก็ให้รู้จักเจ้าของ เป็นผู้น้อยแสดงความเป็นผู้น้อยให้มีความเหมาะสม เรื่องการถือรองเท้าใส่รองเท้าก็เหมือนกัน ถ้าหากว่ามันไม่จำเป็น พระพุทธเจ้าจะวางเป็นหลักธรรมหลักวินัยไว้ทำไม ผู้มีพรรษาน้อยไม่ถือรองเท้าไม่ใส่รองเท้า ผู้มีพรรษาน้อยใส่รองเท้า เณร บางทีครูบาไม่ได้ใส่นี้ อันนี้มันศาสนาของคนมีกิเลสหนา
ลำดับที่ 003 เลขที่เทป 091/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290714 วันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2529
จึงว่าให้พากันระมัดระวังเรื่องการพูดจาปราศรัยซึ่งกันและกัน พยายามพูดกันให้น้อย และพยายามพูดกันให้เป็นสุภาษิต และเป็นอรรถเป็นธรรม สิ่งที่ไม่เป็นสุภาษิต สิ่งที่ไม่เป็นอรรถเป็นธรรม ไม่ใช่หน้าที่ของเราสมณะ หน้าที่ของเราบรรพชิตจะพูดกัน ถึงจะมีการบอกกล่าวตักเตือนกันบ้าง ก็ให้ตั้งความหวังดี ตั้งเมตตาเอาไว้ในจิตในใจเสียก่อน ถ้าหากว่ายังไม่มีการทำจิตทำใจ อย่าไปพูดอย่าไปตักเตือนซึ่งกันและกัน แล้วผลสะท้อนมันจะออกมาในลักษณะที่เรียกว่าไปทางลบ อันนี้มันอดที่จะเกิดมีขึ้นไม่ได้ เพราะต่างคนมันก็มีข้าศึก อยู่ในจิตใจของทุกคนอยู่แล้ว
ลำดับที่ 004 เลขที่เทป 028/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290312 วันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2529
พระเล็กพระน้อย ก็ให้มีความเคารพซึ่งกันและกันตามระดับพรรษา เณรก็ให้มีความเคารพพระแม้แต่พระเล็กพระน้อยพึ่งบวชใหม่ ก็ให้มีความเคารพอย่าข้ามกลาย ทำความนอบน้อมในตัวของเราอยู่ตลอดเวลา ในลักษณะนี้เป็นผู้ที่สำรวมกายของเจ้าดีแล้ว ไปมาหาสู่ซึ่งกันและกันนี่ ก็ไปมาหาสู่ที่เป็นธรรมเป็นวินัย ถ้าหากว่าผู้ที่ไปหามีอายุพรรษามากกว่า ก็ให้รู้จักว่าเราผู้ที่นั้นเป็นผู้ที่เจ้าของกุฏิ ก็ให้รู้ก็มีการปูเสื่อปูสาดอาสนะนี่ ขนาดไหนเพียงไรให้รู้จัก หรือไม่มีก็คล้าย ๆ กะมีการจัดการลุกขึ้นมีการปฏิสันถารมีความนอบน้อม ผู้ที่มีพรรษาน้อยกว่าไปหาผู้ที่มีพรรษามากกว่า แม้แต่ผิดกันเพียงหนึ่งพรรษาหรือสองพรรษา ก็ให้มีมีความเคารพไปก็ให้มีการกราบการไหว้ซึ่งกันและกัน การกราบการไหว้ซึ่งกันและกันนั้น เป็นการทำลายทิฐิของเราโดยตรง ทำลายทิฐิทำลายมานะทำลายทิฐิทำลายตัวมานะ ก็คือตัวกิเลสทำลายมันลงไป ทำความนอบน้อมเท่าไร เป็นการทำลายตัวทิฐิตัวมานะมากเท่านั้น แข็งกระด้างเท่าไร เป็นการเสริมสร้างตัวกิเลสมากเท่านั้น ให้มีความเคารพซึ่งกันและกัน การพูดจาปราศรัยอย่าคุยกันในลักษณะสนุกสนาน อย่าคุยกันในลักษณะที่เป็นเพื่อน บางทีก็มีแต่พวกเรา ๆ นี่ บางทีหละจะเป็นลักษณะคุยหยอกกันก็มี ไอ้เรื่องหยอกกันหนะมันศีลเศร้าหมองเข้าใจมั้ย มันใช้ไม่ได้ อย่าให้มันมีคำหยอกคำว่าเล่น ไม่ใช่เรื่องของพระ แม้แต่ชาวบ้านหยอกเล่นมันก็ยังไม่ดี อย่าให้มันมี
ลำดับที่ 005 เลขที่เทป 999/25 ชื่อแฟ้มข้อมูล 250709 วันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2525
การไปมาหาสู่กันที่ไม่จำเป็นก็ให้หลีก เพราะเราก็เรียกว่าไม่ได้มุ่งเพื่อไปมาหาสู่คุย สนทนาอะไรกัน ความมุ่งความประสงค์ของเรา เรียกว่าต่างคนต่างมุ่งมาเพื่อแสวงหาข้อปฏิบัติ แสวงหาความสงบ หลีกเร้นในการที่จะทำจิตทำใจ ในเมื่อมีเหตุมีความจำเป็น จึงไปมาหาสู่กันได้ ในเมื่อหมดเรื่องหมดราวที่จะพูดจาปราศรัยแล้วก็ ต่างคนต่างไปที่พัก ใจของเราบางทีบางขณะเขาไม่ชอบอยู่คนเดียว ที่เขาไม่ชอบอยู่คนเดียวนั่นหนะ เรียกว่าใจของเราถูกอกุศลครอบงำ มีความกระหายมีความร้อนรน เราให้รู้จัก ใจมีความกระหาย ใจมีความกระหายอันนี้ เขาก็เป็นของที่ดับเป็น เราให้ต่อสู้ด้วยการเดินจงกรม ต่อสู้ด้วยการนั่งสมาธิ เอาสมาธิเอาภาวนานี่ข่มเข้า เอาสมาธิเอาภาวนานี่ชนะเขา
ลำดับที่ 006 เลขที่เทป 118/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290823 วันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2529
การเกี่ยวข้องซึ่งกันและกัน เกี่ยวข้องอย่างเป็นพระเกี่ยวข้องกัน การไปมาหาสู่ดูเสียก่อนมีความจำเป็นมั้ย ถ้าหากว่าไม่มีความจำเป็นอย่าไปมาหาสู่กัน ต่างคนต่างอยู่ตามลำพัง เพราะพระพุทธเจ้าท่านสอนให้อยู่อย่างหลีกเร้นนี่ อยู่อย่างหลีกเร้น อยู่ตามลำพังทำความสงบ ปรารถนาความสงบภายในจิตในใจให้มีความวิเวกทางกาย ให้มีความวิเวกภายในจิตในใจ อันนี้พระพุทธเจ้าท่านสอนอย่างนี้ ครูบาอาจารย์ก็สอนอย่างนี้ เราให้มุ่งในหน้าที่ของเรา ที่พระพุทธเจ้าท่านบอกท่านสอนเอาไว้ ให้จริงจัง จึงว่าให้ตรวจตราดูการไปมาหาสู่ การเกี่ยวข้องมีความจำเป็นหรือไม่ และเป็นประโยชน์หรือไม่ ถ้าหากว่าไม่มีความจำเป้นในการที่จะเกี่ยวข้องกัน ไม่เป็นประโยชน์ในการที่จะเกี่ยวข้องกัน เราต่างองค์ต่างอยู่ ต่างองค์มีหน้าที่ปฏิบัติจิตใจของกันและกันแล้ว ก็ปฏิบัติจิตใจของเราตามลำพัง ในสถานที่พัก ในสถานที่วิเวก อันนี้เป็นการปฏิบัติธรรมที่ถูกต้อง การเกี่ยวข้องอย่างพระเกี่ยวข้องกัน เกี่ยวข้องกันในลักษณะนี้ การพูดจาปราศรัยกันซึ่งกันและกันก็เหมือนกัน ให้พูดจาปราศรัยอย่างพระคุยกัน พระพูดกันคือ พูดกันอย่างไง อย่าลืมว่าเราเป็นพระ ให้มีความอ่อนน้อม ให้มีความอ่อนนุ่ม ในการพูดจาปราศรัยซึ่งกันและกัน อย่าพูดอย่างชาวบ้านคุยกัน อย่าพูดอย่างไม่มีสติ ถ้าหากว่าไม่มีสติลืมตัว มันก็เหมือนชาวบ้านดี ๆ นั้นเอง
ลำดับที่ 007 เลขที่เทป 140/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290923 วันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2529
พูดกันอย่าง อย่างพระพูด ระมัดระวังคำพูดให้พอดีพองาม อย่าให้แรงเกินไป อย่าให้ค่อยเกินไป แรงเกินไปขนาดพูดอยู่ข้างบน ข้างล่างได้ยินแรงมากไป เพราะเราพูดให้คนข้างบนฟัง อย่าให้ค่อยจนกระทั่งเราต้องการพูดให้เขาฟัง พูดให้เขา พูดให้รู้เรื่อง อย่าพูดค่อยจนกระทั่งเขาไม่รู้เรื่อง หรือเขาไม่ได้ยินหละ ระหว่างที่พูดกัน ผู้ที่ฟังให้มีความอ่อนน้อมกันให้มาก ผู้ใหญ่ต้องเป็นผู้ใหญ่ ผู้น้อยต้องเป็นผู้น้อย ผู้ใหญ่ก็ไม่รู้จักเจ้าของเป็นผู้ใหญ่ มันเป็นการฝึกผู้น้อยให้ไม่รู้จักว่าเจ้าของเป็นผู้น้อย แต่ผู้ใหญ่ไม่ใช่ถือตัวในลักษณะ (เป็นการถือตัวทำเพื่อเป็นข้อปฏิบัติ) ไม่ใช่ทำเพื่อเป็นการถือตัว ทำเพื่อเป็นข้อปฏิบัติ อย่าคุยกันลักษณะเพื่อนคุยกัน ครูบาอาจารย์ที่เป็นครูบาอาจารย์นั้น แม้แต่พรรษาเดียวกัน อ่อนหลังท่านก็ยังทรงอ่อนน้อมต่อกันมาก เพราะท่านเคารพธรรม เราไม่เอาอย่างครู ไม่เอาอย่างอาจารย์แล้วเราจะเอาอย่างใครกัน เอาอย่างความเคยชินมันก็ตามกิเลสของเจ้าของนั้น ท่านเคารพกัน ท่านอ่อนน้อมซึ่งกันและกัน ข้อปฏิบัติท่านที่มีการคล่องตัว พูดกันถึงว่าการพับผ้าสังฆาฏินี่ พูดกันถึงว่าการล้างเท้า เช็ดเท้า ท่านไม่ได้ถือว่าท่านมีลูกศิษย์ลูกหา แล้วท่านไม่ถือว่าเขานับถือเป็นครูเป็นอาจารย์ ว่าทำอย่างนั้นมันไปทำไม่ได้เป็นอย่างงั้น
ลำดับที่ 008 เลขที่เทป 007/26 ชื่อแฟ้มข้อมูล 260205 วันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2526
การเกี่ยวข้องกับบุคคลทั่ว ๆ ไป ในเมื่อเกี่ยวข้องแล้วเป็นประโยชน์ ก็เกี่ยวข้องกันไป ในเมื่อเกี่ยวข้องแล้วไม่เป็นประโยชน์ มันก็ไม่ต้องสนใจที่จะเกี่ยวข้องนั้น มันก็ไม่มีคำว่าเกี่ยวข้อง แล้วประโยชน์ก็คือว่า สิ่งไหนที่จะเป็นไปเพื่อความรู้เพื่อความเข้าใจ เป็นไปที่จะปลูกศรัทธาความเลื่อมใสให้เกิดให้มีขึ้นในข้อปฏิบัติในทางพระพุทธศาสนา ก็บอกก็อบรมกันไป หรือสนทนาปราศรัยกันไปชักจูงกันไป ในเมื่อพอที่จะเป็นไปได้ ในเมื่อเห็นว่าเป็นไปไม่ได้ อันนั้นมันก็เรื่องของเขา การเกี่ยวข้อง ในเมื่อมันเป็นประโยชน์ก็เกี่ยวข้องกันไป ในเมื่อการเกี่ยวข้องไม่เป็นประโยชน์ ถ้าหากไปเกี่ยวข้องแล้วมันไม่ได้ประโยชน์ เราไปเกี่ยวข้อง อันนั้นมันไม่ถูก เกี่ยวข้องแล้วมันไม่ได้ประโยชน์ จะไปเกี่ยวข้องกันทำไม คำว่าประโยชน์นี้ไม่ใช่ประโยชน์ส่วนตัว เป็นประโยชน์ส่วนรวม เป็นประโยชน์ทั้งเราและเขา ถ้าหากเกี่ยวข้องกันเราก็ไม่ได้ประโยชน์ เขาก็ไม่ได้ประโยชน์ มันไม่ใช่เพียงเท่านั้น มันเสียประโยชน์เสียอีก จึงว่าเลิกการเกี่ยวข้องกันเสียดีกว่า
ลำดับที่ 009 เลขที่เทป 999/24 ชื่อแฟ้มข้อมูล 240419 วันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2524
มีใครไปใครมา มาถึงกลางวันเดินทางมา น้ำมีความจำเป็น จะต้องจัดต้องหา เพราะเราอยู่กับวัด อยู่กับที่เป็นเจ้าบ้าน แขกที่มาใหม่ไม่รู้ว่าน้ำอยู่ที่ไหน ตลอดถึงอะไรก็ช่าง สิ่งอื่นเราก็ต้องหา จัดหาต้องดูแลเรื่องปฏิสันถาร พระพุทธเจ้าท่านสอนว่าต้องให้มีความเอาใจใส่ ถ้าขาดการเอาใจใส่ในเรื่องการปฏิสันถาร ใช้ไม่ได้ การปฏิสันถารก็คือ การต้อนรับการรับรอง อำนวยความสะดวกให้เป็นที่สบายใจแก่แขกที่มาเยี่ยมเยียน
หัวข้อย่อย 08 การบิณฑบาต
ลำดับที่ 001 เลขที่เทป 080/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290627 วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2529
เรื่องการบิณฑบาตก็ดี ในเมื่อมันมากกัน ให้พากันระมัดระวัง ขาดความระมัดระวังก็ถือขาดธรรม ถ้าหากว่าขาดธรรมเมื่อไร กิเลสมันแสดงออกขึ้นมาทันที เดินไปบิณฑบาตกิเลสมันก็แสดง เดินกลับบิณฑบาตกิเลสมันก็แสดง ถึงมันไม่แสดงออกข้างนอก มันก็แสดงอยู่ภายในใจ ต้องระมัดระวัง เพ่งมันตลอดเวลากับฐานของเจ้าของ ทั้งไปทั้งกลับ ๆ ๆ ทุกก้าวขาที่เราเดินไปนี้ เพ่งลงไปในกรรมฐานให้พากันทำอย่างนี้ แล้วผลของการทำอย่างนี้แล้วเป็นยังไง อันนี้ไม่ต้องมีใครบอกแล้ว พากันลองทำดู เดินไปนี้เดินกลับนี้ ให้เพ่งในกรรมฐานของเจ้าของเท่านั้น เพ่งลงไปในผมในขนในเล็บ ในฟันในหนัง มันก็เพ่งสบายขาของเรา ไอ้ที่ ๆ มันเดินไปนี้ ล้วนให้มันเห็นเหมือนกระดูกมันก้าวไป ๆ ๆ ๆ ก้าวไปก้าวกลับนี้ ให้มันเห็นแต่กระดูกเดิน
ลำดับที่ 002 เลขที่เทป 080/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290627 วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2529
การรับบาตรรับพกกัน ก็ให้ดูอย่าว่าให้ถึงกับว่าเหน็ดเหนื่อยเจ้าของ เป็นการเบียดเบียนเจ้าของ ผู้ที่จะให้บางองค์บางท่านรับบาตรก็ต้องดู เพราะมันไกล เพราะเราสามารถที่จะสายมาเองไปเองได้อย่างสะดวก เราก็สะพายเอาเอง ถ้าหากว่าบางท่านคล้าย ๆ กับว่าด้วย ท่านมีน้ำจิตน้ำใจแล้วเราก็ดูว่าท่านนั้น จะไม่เป็นไปเพื่อความลำบากมากเกินไป เราจะให้ท่านสะพายไปสะพายกลับให้ได้
ลำดับที่ 003 เลขที่เทป 999/25 ชื่อแฟ้มข้อมูล 250403 วันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2525
ในสมัยก่อนกับสมัยนี้ เมื่อเทียบกันแล้วมันต่างกันมาก ผมจึงพอใจดีใจที่ผู้ใดถือความสันโดษมักน้อย ทำยังไงเจ้าของจึงจะเป็นผู้มักน้อย พอใจในการเรื่องปากเรื่องท้องนี้ให้มันน้อยลงไป ช้าง ถ้าหากว่ามันรับประทานอาหารอิ่ม ทรมานไม่ได้ เอามาฝีกให้ควรแก่การแก่งานไม่ได้ เขาจะต้องให้อดอาหาร ไม่ให้อาหาร แล้วก็ฝึกเวลามันผอม ฝึกเวลามันอดมันหิวอาหารนั้น นี่หลักวิชาของนายควานช้างที่เขาฝึกช้างให้ควรแก่การแก่งาน แต่สรุปแล้วพระพุทธเจ้าท่านก็สอนไว้ โภชเนมะตันยุตา ให้รู้จักความพอดีในการบริโภค ทำความพอดีนั้น ให้สังเกตดูการภาวนาของเรา เราภาวนาดีด้วยการบริโภคอาหารขนาดไหน เราก็ถือขนาดนั้นหละ เป็นความพอดีของธาตุขันธ์ของเรา
ลำดับที่ 004 เลขที่เทป 140/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290923 วันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2529
เวลารับบิณฑบาตให้ระวัง ถ้าหากว่าไม่ระวังละ มันจะไปรับเอาหลายอย่าง มันไม่ใช่รับแต่ข้าว ท่านให้สำรวมลงในบาตร ตามองเฉพาะในบาตรเท่านั้น อย่าไปมองอันนั้นอันนี้ มันเกิดโทษ คำว่าโทษไม่ใช่ว่าพระพุทธเจ้าว่า ตรัสเป็นโทษ แล้วโทษจึงเกิดเป็นโทษ โดยธรรมชาติคนไปเหยียบหนามไม่ต้องมีใครว่า หนามจะตำตีนเจ็บ ไม่ต้องมีใครพูดหากมันเจ็บ จึงให้ระมัดระวังมีสติ ทั้งไปทั้งกลับรับบิณฑบาตทั้งกลับ ปรารถนาจิตปรารถนาใจของเราอยู่ด้วยความสงบ ถึงจะพิจารณาอรรถธรรมพิจารณาไปได้ เกิดความรู้ความเห็นอะไรต่อมิอะไร ระหว่างบิณฑบาตไประหว่างกลับ จากบิณฑบาตได้ความรู้ และความเข้าใจสิ่งที่เราไม่เคยคิดมัน บางทีก็เอา มันก็เอามาคิดสิ่งที่เราไม่เคยรู้นี้ เราก็รู้ขึ้นมาได้ ถ้าหากว่าใจของเรามีการปรารภธรรมะอยู่ หรือปรารภความสงบอยู่
ลำดับที่ 005 เลขที่เทป 999/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290808 วันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2529
บิณฑบาตก็ให้มีสติ กลับก็ให้มีสติอย่าเดินเหมือนกับคนเขาไปหาปลา อย่าเดินเหมือนกับคนเขาไปหาหน่อไม้หาเห็ดกัน เสียงสนั่นหวั่นไหวคับป่าคับดวง คับถนนหนทาง มีแต่เสียงคุยสนทนากัน เราไปบิณฑบาตอย่าให้เป็นอย่างนั้น ต่างคนต่างเดินไปด้วยความสงบ เดินไปด้วยข้อปฏิบัติธรรมทั้งไปทั้งกลับ เรียกว่า ไปบิณฑบาตกับเทวดาอนุโมทนา ในการไปบิณฑบาตของเรา ทุกสิ่งทุกอย่างให้เป็นข้อปฏิบัติตั้งอกตั้งใจ
ลำดับที่ 006 เลขที่เทป 140/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290923 วันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2529
การบิณฑบาตถึงจะไปหลายองค์ด้วยกัน รวมกันไป อย่าเดินพยายามแซงหน้าแซงหลัง ถ้าหากว่าใครจะแซงก็รีบแซงไปเสีย ไม่ใช่ไปเดินแซงในลักษณะทำท่าจะเคียงคู่อย่างนั้นไม่เอา ทำความสงบในการเดินไปบิณฑบาต ทั้งไปทั้งกลับ
ลำดับที่ 007 เลขที่เทป 999/25 ชื่อแฟ้มข้อมูล 250720 วันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2525
การกิน พระพุทธเจ้าท่านก็สอน ไม่ให้กินจนอิ่มจนเกินไป กินให้อิ่มพอดีพองาม ประมาณว่าอีกสักสองสามคำก็จะอิ่มให้เลิกเสีย ท่านสอนว่าอย่างนี้ ถ้าหากว่ากินจนอิ่มตื้อ ถ้าดื่มน้ำหละมันอิ่มเกินไป ประมาณอีกซักสองสามคำให้เลิก ถึงจะเอร็ดอร่อยซักเท่าไหร่ก็ช่าง เป็นการยับยั้งใจของเรา ห้ามใจของเรา ไม่ให้ตกไปในกระแสของความอยาก กินเพื่อคล้าย ๆ กับว่า เยียวยาธาตุขันธ์ รักษาอัตภาพร่างกายให้ทรงอยู่ได้ เพราะร่างกายของเรานี้ เป็นร่างกายขึ้นมา ก็ต้องอาศัยอาหาร และจะทรงอยู่ได้ก็ต้อง อาศัยอาหาร จึงว่าเราบริโภค เรากินอาหารก็เพียงเพื่อเยียวยาร่างกายเท่านั้น ไม่กินด้วยอำนาจของ ความอยาก กินด้วยอำนาจของความอยากแล้ว มันชอบทำให้แน่นเฟ้อ มันชอบทำให้ท้องเสียกันบ่อย ๆ ท้องขึ้น ท้องอืด ท้องเฟ้อ อะไรเหล่านี้ เนื่องจากกินไม่เป็นทั้งนั้น
ลำดับที่ 008 เลขที่เทป 999/25 ชื่อแฟ้มข้อมูล 250709 วันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2525
ถ้าหากว่ามุ่งในการภาวนา ฉันน้อย ๆ ดี ถ้าหากว่าฉันมาก ๆ หละ มันต้องนอน ถ้าหากว่าฉันน้อย ๆ หละ หลังจากฉันไปเดินจงกรม นั่งสมาธิได้อย่างสบาย ก่อนที่จะฉันก่อนที่จะบริโภค ก็พิจารณามามาก ๆ ให้เห็นเป็นของปฏิกูล ให้เห็นเป็นธาตุ ให้เห็นเป็นของทิ้ง เห็นเป็นปฏิกูล เห็นเป็นธาตุ เห็นเป็นของทิ้ง แล้วจึงค่อยบริโภคแล้วจึงฉัน หลังจากฉันแล้วก็ไปเดินจงกรม นั่งสมาธิใจสงบดี เอาอุบายที่ได้จากการพิจารณาก่อนฉันนั้นมาพิจารณาต่อใจของเรา ให้เข้าถึงความสงบ
ลำดับที่ 009 เลขที่เทป 140/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290923 วันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2529
พิจารณาให้มันเห็นความอยากเสีย หายความหิวเสียค่อยบริโภคขบฉัน เห็นเป็นของปฏิกูล เห็นเป็นของปฏิกูลไปจริง เราทั้งคนก็เป็นของปฏิกูล ในเมื่อเราทั้งคนเป็นของปฏิกูล คำว่าเรามันก็ไม่มี เห็นเป็นมูตรเป็นคูตร เห็นเป็นของสกปรก พิจารณาไปในในนี้ ลักษณะนี้เรียกว่า พิจารณาเป็นธรรมทุกทาง มันแก้ความยากมันลดความอยาก มันทำลายความอยาก ความอยากไม่มี ฉันก็ได้ไม่ฉันก็ได้ ที่ว่าทำใจให้แยบคายเสียก่อน จึงค่อยบริโภคขับฉัน สังเกตดูให้ดี ถ้าวันไหนพิจารณาก่อนฉันแยบคายดี ดีสบายใจตลอดทั้งวัน ไปเดินจงกรม ระลึกถึงที่พิจารณาอาหารแยบคายดังนั้น นั่งสมาธิก็ระลึกนึกที่เราพิจารณาอาหารแยบคายเหล่านั้น ใจมันก็แยบคายลงไป แยบคายลงไป มันเป็นการทำลายกิเลสทั้งนั้น กิเลสมันอ่อนตัวลงไป ใจของเราก็มีโอกาสสงบลงได้ ถ้ากิเลสมันยังแข็งตัวเต็มที่ มันไม่ยอมอ่อนตัวลงแม้แต่น้อย มันไม่สงบดอก เพราะกำลังมันมาก น้อมมันเขจ้ามามันก็ไม่น้อมเข้ามา มันก็ไป ถ้าหากมาแบบที่มันไม่เช้ามานี้ แล้วมันจะสงบได้ยังไง ถ้ามันแยบคายลงไปด้วยการพิจารณาแล้ว่า น้อมเข้ามาแล้ว มันหากใส มันหากเย็นขึ้นมา ขึ้นทันทีในจิตในใจ
ลำดับที่ 010 เลขที่เทป 118/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290823 วันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2529
การขบการฉัน ขบฉันอย่างพระ พิจารณาให้แยบคายเสียก่อนจึงค่อยขบค่อยฉัน คำว่าแยบคายคือย่างไร เห็นชัดลงไปว่า เป็นของปฏิกูล เห็นชัดลงไปว่าเป็นของทิ้ง เห็นชัดลงไปว่าเป็นดิน เห็นชัดลงไปว่าเป็นธาตุนี้ ร่างกายของเราเนื่องด้วยธาตุ ร่างกายของเราเนื่องด้วยดิน ร่างกายของเราเนื่องด้วยของปฏิกูล ที่เราบริโภคขบฉันเข้าไปทุกวันทุกวันนี้ นี่ในลักษณะนี้เรียกว่า อย่างพระฉันนี้ หรือว่ากินอย่างพระฉัน
ลำดับที่ 011 เลขที่เทป 169/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 291211 วันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2529
ฉันแล้วเบาไม่หนัก ฉันแล้วไม่ง่วง ไม่ง่วงไม่อยากหลับอยากนอน นั่นหละพอดี อยากไปเดินจงกรมก็สบาย อยากนั่งสมาธิก็สบาย ทำอะไรมันสบายไปหมด ความพอดีมันมาตั้งแต่การบริโภค การขบการฉัน อันนี้ให้รู้จักเอา “โภชเนมัชตัณญุตา” รู้จักประมาณในการบริโภคอาหาร ให้รู้จักประมาณให้พอดี ฉันแล้วภาวนาดี พิจารณาแล้วมันก็ได้อุบายแยบคายดี ก่อนนั้นพิจารณาให้แยบคาย ให้เห็นเป็นของปฏิกูลลงไป พิจารณาเห็นความเป็นจริงของเขา ก็คือ ความปฏิกูลนั่นเอง ปฏิกูลทั้งกลิ่นปฏิกูลทั้งรส แม้แต่สัมผัสมันก็ปฏิกูล เค้าเป็นปฏิกูลโดยธรรมชาติ พิจารณากันให้มันเห็นความจริงของเขาชัดขึ้นในใจ โยนิโส พิจารณาให้แยบคาย ให้แยบคายแล้วพอดี การกินพอดี เพราะไม่ได้กินด้วยความอยาก กินเพื่อเป็นการเยียวยา หล่อเลี้ยงอัตภาพให้ทรงอยู่ ไม่ได้กินเพื่อความอยาก
ลำดับที่ 012 เลขที่เทป 012/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290116 วันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2529
พูดถึงการขบการฉัน เราก็จะพยายามให้มีสติในการขบการฉัน เวลาเคี้ยวให้มีสติเคี้ยว เวลากลืนให้มีสติกลืน กลืนลงไปถึงไหนให้เห็น เข้าใส่ปากก็ให้มีสติ เคี้ยวก็ให้มีสติ กลืนก็ให้มีสติ กลืนไปถึงไหนลงไปถึงไหน ก็ให้มีสติรู้เห็นนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างเอาเป็นการภาวนาทั้งนั้น เราทำอะไรเราตั้งใจไว้ด้วย เราจะไม่ฉันให้อิ่ม การฉันอิ่มอย่าว่าดีนะ ใกล้จะอิ่มรีบอิ่มซะ พอใกล้จะอิ่ม รีบอิ่ม ในวิสุทธิมรรค ท่านกล่าวว่า สักสามถึงสี่คำใกล้จะอิ่ม อิ่มเสีย แล้วดื่มน้ำพอดี เบาเนื้อเบาตัวไม่หนัก ไม่ท้องขึ้นท้องอืด หลังจากฉันแล้วไปเดินจงกรม นั่งสมาธิสบาย ถ้าหากว่าฉันอิ่มไป เดินจงกรมก็ลำบาก ไปนั่งสมาธิก็นั่งไม่ได้ บางทีนอนก็นอนลำบาก แล้วชอบเป็นโรคท้องเสียด้วย ตั้งใจว่าเราจะไม่ฉันให้อิ่ม ฉันให้พอดี พอใกล้จะอิ่มหละ เซาเสียพักเลิก เพราะเราฉันเอาไปภาวนา ฉันให้ร่างกายอันนี้มีกำลัง แล้วเอาร่างกายอันนี้ไปภาวนา ไม่ใช่ฉันให้ร่างกายอันนี้มันมัวเมา ฉันอิ่มมันมัวเมา ฉันพอดีนั่นหละ
ลำดับที่ 013 เลขที่เทป 011/26 ชื่อแฟ้มข้อมูล 261220 วันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2526
จึงว่าเรื่องการขบการฉันมีความสำคัญ ให้อด ๆ อยาก ๆ ให้หิวบ้างอิ่มบ้างนี่ อันนี้ดีมาก ถ้าหากว่ามีแต่อิ่ม ถ้าอิ่มมันก็มีแต่มืดมนอนธกาล มีแต่มืดมนอนธกาลทั้งนั้นหละ แล้วทีนี้มันก็ทำให้มีความเมา ชาคริยานุโยค มุ่งในการประกอบความพากความเพียรยกจิตยกใจไม่ขึ้น นั่งภาวนา บางทียังไม่ทันได้ชั่วโมง ประเดี๋ยวประด๋าวเท่านั้น มันก็เสียงกรนให้กันฟังแล้วแหนะ เพราะอะไร นี่ ก็เพราะความเมานั่นเอง เมาในการที่ไม่รู้จักความพอดี เมาในความไม่รู้จักความประมาณ เรื่องเหล่านี้ควรจะพากันรับทราบ เรื่องเหล่านี้ควรจะพากันเข้าใจนี่
ลำดับที่ 014 เลขที่เทป 999/28 ชื่อแฟ้มข้อมูล 280830 วันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2528
เวลากิน กิเลสเค้าก็แซงหน้าพั้บทันที แซงมาแต่ก่อนกินพุ่น แซงมาแต่ก่อนกินคือยังไง อันนั้นมันดี อันนั้นมันไม่ดี อันนั้นมันอร่อย อันนั้นมันไม่อร่อย อันนั้นมันหวาน อันนั้นมันเค็ม อันนั้นมันเผ็ด อันนั้นมันอะไรต่อมิอะไร ๆ ในเมื่อกิเลสเค้าบอกอันนั้นไม่อร่อยก็ไม่เอา ไม่หยิบ อันไหนอร่อยอันนั้นเอา แล้วก็หยิบมาก ๆ เสียด้วย นี่มันแซงมาแต่กิน ธรรมะของพระพุทธเจ้ามัชฌิมา ไม่ให้เลือกไม่ให้คุ้ย ฉันอาหารให้ฉันแต่ข้างบนลงไป ปราณีตละเอียดรึว่าไม่ประณีตหยาบยังไง ไม่ให้เลือก จะประณีตละเอียดมีค่ามากมายซักเท่าไรก็ช่าง จะประณีตละเอียดมีค่ามากมายซักเท่าไรก็ช่าง ก็คือของปฏิกูลนั่นเอง ในเมื่อเข้าไปถึงปาก สภาพความละเอียดสภาพความประณีตมีค่ามากมายหมดไปทันที จะเอร็ดอร่อยมากมายซักเท่าไรก็ช่าง กินแล้วเป็นอุจจาระทั้งนั้น จึงว่ากิเลสมันแซงมาแต่กิน มันแซงหน้าทุกขณะทีเดียวว่างั้นเถอะทุกอย่าง
เรื่องการบิณฑบาตก็ดี ในเมื่อมันมากกัน ให้พากันระมัดระวัง ขาดความระมัดระวังก็ถือขาดธรรม ถ้าหากว่าขาดธรรมเมื่อไร กิเลสมันแสดงออกขึ้นมาทันที เดินไปบิณฑบาตกิเลสมันก็แสดง เดินกลับบิณฑบาตกิเลสมันก็แสดง ถึงมันไม่แสดงออกข้างนอก มันก็แสดงอยู่ภายในใจ ต้องระมัดระวัง เพ่งมันตลอดเวลากับฐานของเจ้าของ ทั้งไปทั้งกลับ ๆ ๆ ทุกก้าวขาที่เราเดินไปนี้ เพ่งลงไปในกรรมฐานให้พากันทำอย่างนี้ แล้วผลของการทำอย่างนี้แล้วเป็นยังไง อันนี้ไม่ต้องมีใครบอกแล้ว พากันลองทำดู เดินไปนี้เดินกลับนี้ ให้เพ่งในกรรมฐานของเจ้าของเท่านั้น เพ่งลงไปในผมในขนในเล็บ ในฟันในหนัง มันก็เพ่งสบายขาของเรา ไอ้ที่ ๆ มันเดินไปนี้ ล้วนให้มันเห็นเหมือนกระดูกมันก้าวไป ๆ ๆ ๆ ก้าวไปก้าวกลับนี้ ให้มันเห็นแต่กระดูกเดิน
ลำดับที่ 002 เลขที่เทป 080/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290627 วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2529
การรับบาตรรับพกกัน ก็ให้ดูอย่าว่าให้ถึงกับว่าเหน็ดเหนื่อยเจ้าของ เป็นการเบียดเบียนเจ้าของ ผู้ที่จะให้บางองค์บางท่านรับบาตรก็ต้องดู เพราะมันไกล เพราะเราสามารถที่จะสายมาเองไปเองได้อย่างสะดวก เราก็สะพายเอาเอง ถ้าหากว่าบางท่านคล้าย ๆ กับว่าด้วย ท่านมีน้ำจิตน้ำใจแล้วเราก็ดูว่าท่านนั้น จะไม่เป็นไปเพื่อความลำบากมากเกินไป เราจะให้ท่านสะพายไปสะพายกลับให้ได้
ลำดับที่ 003 เลขที่เทป 999/25 ชื่อแฟ้มข้อมูล 250403 วันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2525
ในสมัยก่อนกับสมัยนี้ เมื่อเทียบกันแล้วมันต่างกันมาก ผมจึงพอใจดีใจที่ผู้ใดถือความสันโดษมักน้อย ทำยังไงเจ้าของจึงจะเป็นผู้มักน้อย พอใจในการเรื่องปากเรื่องท้องนี้ให้มันน้อยลงไป ช้าง ถ้าหากว่ามันรับประทานอาหารอิ่ม ทรมานไม่ได้ เอามาฝีกให้ควรแก่การแก่งานไม่ได้ เขาจะต้องให้อดอาหาร ไม่ให้อาหาร แล้วก็ฝึกเวลามันผอม ฝึกเวลามันอดมันหิวอาหารนั้น นี่หลักวิชาของนายควานช้างที่เขาฝึกช้างให้ควรแก่การแก่งาน แต่สรุปแล้วพระพุทธเจ้าท่านก็สอนไว้ โภชเนมะตันยุตา ให้รู้จักความพอดีในการบริโภค ทำความพอดีนั้น ให้สังเกตดูการภาวนาของเรา เราภาวนาดีด้วยการบริโภคอาหารขนาดไหน เราก็ถือขนาดนั้นหละ เป็นความพอดีของธาตุขันธ์ของเรา
ลำดับที่ 004 เลขที่เทป 140/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290923 วันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2529
เวลารับบิณฑบาตให้ระวัง ถ้าหากว่าไม่ระวังละ มันจะไปรับเอาหลายอย่าง มันไม่ใช่รับแต่ข้าว ท่านให้สำรวมลงในบาตร ตามองเฉพาะในบาตรเท่านั้น อย่าไปมองอันนั้นอันนี้ มันเกิดโทษ คำว่าโทษไม่ใช่ว่าพระพุทธเจ้าว่า ตรัสเป็นโทษ แล้วโทษจึงเกิดเป็นโทษ โดยธรรมชาติคนไปเหยียบหนามไม่ต้องมีใครว่า หนามจะตำตีนเจ็บ ไม่ต้องมีใครพูดหากมันเจ็บ จึงให้ระมัดระวังมีสติ ทั้งไปทั้งกลับรับบิณฑบาตทั้งกลับ ปรารถนาจิตปรารถนาใจของเราอยู่ด้วยความสงบ ถึงจะพิจารณาอรรถธรรมพิจารณาไปได้ เกิดความรู้ความเห็นอะไรต่อมิอะไร ระหว่างบิณฑบาตไประหว่างกลับ จากบิณฑบาตได้ความรู้ และความเข้าใจสิ่งที่เราไม่เคยคิดมัน บางทีก็เอา มันก็เอามาคิดสิ่งที่เราไม่เคยรู้นี้ เราก็รู้ขึ้นมาได้ ถ้าหากว่าใจของเรามีการปรารภธรรมะอยู่ หรือปรารภความสงบอยู่
ลำดับที่ 005 เลขที่เทป 999/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290808 วันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2529
บิณฑบาตก็ให้มีสติ กลับก็ให้มีสติอย่าเดินเหมือนกับคนเขาไปหาปลา อย่าเดินเหมือนกับคนเขาไปหาหน่อไม้หาเห็ดกัน เสียงสนั่นหวั่นไหวคับป่าคับดวง คับถนนหนทาง มีแต่เสียงคุยสนทนากัน เราไปบิณฑบาตอย่าให้เป็นอย่างนั้น ต่างคนต่างเดินไปด้วยความสงบ เดินไปด้วยข้อปฏิบัติธรรมทั้งไปทั้งกลับ เรียกว่า ไปบิณฑบาตกับเทวดาอนุโมทนา ในการไปบิณฑบาตของเรา ทุกสิ่งทุกอย่างให้เป็นข้อปฏิบัติตั้งอกตั้งใจ
ลำดับที่ 006 เลขที่เทป 140/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290923 วันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2529
การบิณฑบาตถึงจะไปหลายองค์ด้วยกัน รวมกันไป อย่าเดินพยายามแซงหน้าแซงหลัง ถ้าหากว่าใครจะแซงก็รีบแซงไปเสีย ไม่ใช่ไปเดินแซงในลักษณะทำท่าจะเคียงคู่อย่างนั้นไม่เอา ทำความสงบในการเดินไปบิณฑบาต ทั้งไปทั้งกลับ
ลำดับที่ 007 เลขที่เทป 999/25 ชื่อแฟ้มข้อมูล 250720 วันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2525
การกิน พระพุทธเจ้าท่านก็สอน ไม่ให้กินจนอิ่มจนเกินไป กินให้อิ่มพอดีพองาม ประมาณว่าอีกสักสองสามคำก็จะอิ่มให้เลิกเสีย ท่านสอนว่าอย่างนี้ ถ้าหากว่ากินจนอิ่มตื้อ ถ้าดื่มน้ำหละมันอิ่มเกินไป ประมาณอีกซักสองสามคำให้เลิก ถึงจะเอร็ดอร่อยซักเท่าไหร่ก็ช่าง เป็นการยับยั้งใจของเรา ห้ามใจของเรา ไม่ให้ตกไปในกระแสของความอยาก กินเพื่อคล้าย ๆ กับว่า เยียวยาธาตุขันธ์ รักษาอัตภาพร่างกายให้ทรงอยู่ได้ เพราะร่างกายของเรานี้ เป็นร่างกายขึ้นมา ก็ต้องอาศัยอาหาร และจะทรงอยู่ได้ก็ต้อง อาศัยอาหาร จึงว่าเราบริโภค เรากินอาหารก็เพียงเพื่อเยียวยาร่างกายเท่านั้น ไม่กินด้วยอำนาจของ ความอยาก กินด้วยอำนาจของความอยากแล้ว มันชอบทำให้แน่นเฟ้อ มันชอบทำให้ท้องเสียกันบ่อย ๆ ท้องขึ้น ท้องอืด ท้องเฟ้อ อะไรเหล่านี้ เนื่องจากกินไม่เป็นทั้งนั้น
ลำดับที่ 008 เลขที่เทป 999/25 ชื่อแฟ้มข้อมูล 250709 วันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2525
ถ้าหากว่ามุ่งในการภาวนา ฉันน้อย ๆ ดี ถ้าหากว่าฉันมาก ๆ หละ มันต้องนอน ถ้าหากว่าฉันน้อย ๆ หละ หลังจากฉันไปเดินจงกรม นั่งสมาธิได้อย่างสบาย ก่อนที่จะฉันก่อนที่จะบริโภค ก็พิจารณามามาก ๆ ให้เห็นเป็นของปฏิกูล ให้เห็นเป็นธาตุ ให้เห็นเป็นของทิ้ง เห็นเป็นปฏิกูล เห็นเป็นธาตุ เห็นเป็นของทิ้ง แล้วจึงค่อยบริโภคแล้วจึงฉัน หลังจากฉันแล้วก็ไปเดินจงกรม นั่งสมาธิใจสงบดี เอาอุบายที่ได้จากการพิจารณาก่อนฉันนั้นมาพิจารณาต่อใจของเรา ให้เข้าถึงความสงบ
ลำดับที่ 009 เลขที่เทป 140/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290923 วันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2529
พิจารณาให้มันเห็นความอยากเสีย หายความหิวเสียค่อยบริโภคขบฉัน เห็นเป็นของปฏิกูล เห็นเป็นของปฏิกูลไปจริง เราทั้งคนก็เป็นของปฏิกูล ในเมื่อเราทั้งคนเป็นของปฏิกูล คำว่าเรามันก็ไม่มี เห็นเป็นมูตรเป็นคูตร เห็นเป็นของสกปรก พิจารณาไปในในนี้ ลักษณะนี้เรียกว่า พิจารณาเป็นธรรมทุกทาง มันแก้ความยากมันลดความอยาก มันทำลายความอยาก ความอยากไม่มี ฉันก็ได้ไม่ฉันก็ได้ ที่ว่าทำใจให้แยบคายเสียก่อน จึงค่อยบริโภคขับฉัน สังเกตดูให้ดี ถ้าวันไหนพิจารณาก่อนฉันแยบคายดี ดีสบายใจตลอดทั้งวัน ไปเดินจงกรม ระลึกถึงที่พิจารณาอาหารแยบคายดังนั้น นั่งสมาธิก็ระลึกนึกที่เราพิจารณาอาหารแยบคายเหล่านั้น ใจมันก็แยบคายลงไป แยบคายลงไป มันเป็นการทำลายกิเลสทั้งนั้น กิเลสมันอ่อนตัวลงไป ใจของเราก็มีโอกาสสงบลงได้ ถ้ากิเลสมันยังแข็งตัวเต็มที่ มันไม่ยอมอ่อนตัวลงแม้แต่น้อย มันไม่สงบดอก เพราะกำลังมันมาก น้อมมันเขจ้ามามันก็ไม่น้อมเข้ามา มันก็ไป ถ้าหากมาแบบที่มันไม่เช้ามานี้ แล้วมันจะสงบได้ยังไง ถ้ามันแยบคายลงไปด้วยการพิจารณาแล้ว่า น้อมเข้ามาแล้ว มันหากใส มันหากเย็นขึ้นมา ขึ้นทันทีในจิตในใจ
ลำดับที่ 010 เลขที่เทป 118/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290823 วันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2529
การขบการฉัน ขบฉันอย่างพระ พิจารณาให้แยบคายเสียก่อนจึงค่อยขบค่อยฉัน คำว่าแยบคายคือย่างไร เห็นชัดลงไปว่า เป็นของปฏิกูล เห็นชัดลงไปว่าเป็นของทิ้ง เห็นชัดลงไปว่าเป็นดิน เห็นชัดลงไปว่าเป็นธาตุนี้ ร่างกายของเราเนื่องด้วยธาตุ ร่างกายของเราเนื่องด้วยดิน ร่างกายของเราเนื่องด้วยของปฏิกูล ที่เราบริโภคขบฉันเข้าไปทุกวันทุกวันนี้ นี่ในลักษณะนี้เรียกว่า อย่างพระฉันนี้ หรือว่ากินอย่างพระฉัน
ลำดับที่ 011 เลขที่เทป 169/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 291211 วันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2529
ฉันแล้วเบาไม่หนัก ฉันแล้วไม่ง่วง ไม่ง่วงไม่อยากหลับอยากนอน นั่นหละพอดี อยากไปเดินจงกรมก็สบาย อยากนั่งสมาธิก็สบาย ทำอะไรมันสบายไปหมด ความพอดีมันมาตั้งแต่การบริโภค การขบการฉัน อันนี้ให้รู้จักเอา “โภชเนมัชตัณญุตา” รู้จักประมาณในการบริโภคอาหาร ให้รู้จักประมาณให้พอดี ฉันแล้วภาวนาดี พิจารณาแล้วมันก็ได้อุบายแยบคายดี ก่อนนั้นพิจารณาให้แยบคาย ให้เห็นเป็นของปฏิกูลลงไป พิจารณาเห็นความเป็นจริงของเขา ก็คือ ความปฏิกูลนั่นเอง ปฏิกูลทั้งกลิ่นปฏิกูลทั้งรส แม้แต่สัมผัสมันก็ปฏิกูล เค้าเป็นปฏิกูลโดยธรรมชาติ พิจารณากันให้มันเห็นความจริงของเขาชัดขึ้นในใจ โยนิโส พิจารณาให้แยบคาย ให้แยบคายแล้วพอดี การกินพอดี เพราะไม่ได้กินด้วยความอยาก กินเพื่อเป็นการเยียวยา หล่อเลี้ยงอัตภาพให้ทรงอยู่ ไม่ได้กินเพื่อความอยาก
ลำดับที่ 012 เลขที่เทป 012/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290116 วันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2529
พูดถึงการขบการฉัน เราก็จะพยายามให้มีสติในการขบการฉัน เวลาเคี้ยวให้มีสติเคี้ยว เวลากลืนให้มีสติกลืน กลืนลงไปถึงไหนให้เห็น เข้าใส่ปากก็ให้มีสติ เคี้ยวก็ให้มีสติ กลืนก็ให้มีสติ กลืนไปถึงไหนลงไปถึงไหน ก็ให้มีสติรู้เห็นนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างเอาเป็นการภาวนาทั้งนั้น เราทำอะไรเราตั้งใจไว้ด้วย เราจะไม่ฉันให้อิ่ม การฉันอิ่มอย่าว่าดีนะ ใกล้จะอิ่มรีบอิ่มซะ พอใกล้จะอิ่ม รีบอิ่ม ในวิสุทธิมรรค ท่านกล่าวว่า สักสามถึงสี่คำใกล้จะอิ่ม อิ่มเสีย แล้วดื่มน้ำพอดี เบาเนื้อเบาตัวไม่หนัก ไม่ท้องขึ้นท้องอืด หลังจากฉันแล้วไปเดินจงกรม นั่งสมาธิสบาย ถ้าหากว่าฉันอิ่มไป เดินจงกรมก็ลำบาก ไปนั่งสมาธิก็นั่งไม่ได้ บางทีนอนก็นอนลำบาก แล้วชอบเป็นโรคท้องเสียด้วย ตั้งใจว่าเราจะไม่ฉันให้อิ่ม ฉันให้พอดี พอใกล้จะอิ่มหละ เซาเสียพักเลิก เพราะเราฉันเอาไปภาวนา ฉันให้ร่างกายอันนี้มีกำลัง แล้วเอาร่างกายอันนี้ไปภาวนา ไม่ใช่ฉันให้ร่างกายอันนี้มันมัวเมา ฉันอิ่มมันมัวเมา ฉันพอดีนั่นหละ
ลำดับที่ 013 เลขที่เทป 011/26 ชื่อแฟ้มข้อมูล 261220 วันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2526
จึงว่าเรื่องการขบการฉันมีความสำคัญ ให้อด ๆ อยาก ๆ ให้หิวบ้างอิ่มบ้างนี่ อันนี้ดีมาก ถ้าหากว่ามีแต่อิ่ม ถ้าอิ่มมันก็มีแต่มืดมนอนธกาล มีแต่มืดมนอนธกาลทั้งนั้นหละ แล้วทีนี้มันก็ทำให้มีความเมา ชาคริยานุโยค มุ่งในการประกอบความพากความเพียรยกจิตยกใจไม่ขึ้น นั่งภาวนา บางทียังไม่ทันได้ชั่วโมง ประเดี๋ยวประด๋าวเท่านั้น มันก็เสียงกรนให้กันฟังแล้วแหนะ เพราะอะไร นี่ ก็เพราะความเมานั่นเอง เมาในการที่ไม่รู้จักความพอดี เมาในความไม่รู้จักความประมาณ เรื่องเหล่านี้ควรจะพากันรับทราบ เรื่องเหล่านี้ควรจะพากันเข้าใจนี่
ลำดับที่ 014 เลขที่เทป 999/28 ชื่อแฟ้มข้อมูล 280830 วันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2528
เวลากิน กิเลสเค้าก็แซงหน้าพั้บทันที แซงมาแต่ก่อนกินพุ่น แซงมาแต่ก่อนกินคือยังไง อันนั้นมันดี อันนั้นมันไม่ดี อันนั้นมันอร่อย อันนั้นมันไม่อร่อย อันนั้นมันหวาน อันนั้นมันเค็ม อันนั้นมันเผ็ด อันนั้นมันอะไรต่อมิอะไร ๆ ในเมื่อกิเลสเค้าบอกอันนั้นไม่อร่อยก็ไม่เอา ไม่หยิบ อันไหนอร่อยอันนั้นเอา แล้วก็หยิบมาก ๆ เสียด้วย นี่มันแซงมาแต่กิน ธรรมะของพระพุทธเจ้ามัชฌิมา ไม่ให้เลือกไม่ให้คุ้ย ฉันอาหารให้ฉันแต่ข้างบนลงไป ปราณีตละเอียดรึว่าไม่ประณีตหยาบยังไง ไม่ให้เลือก จะประณีตละเอียดมีค่ามากมายซักเท่าไรก็ช่าง จะประณีตละเอียดมีค่ามากมายซักเท่าไรก็ช่าง ก็คือของปฏิกูลนั่นเอง ในเมื่อเข้าไปถึงปาก สภาพความละเอียดสภาพความประณีตมีค่ามากมายหมดไปทันที จะเอร็ดอร่อยมากมายซักเท่าไรก็ช่าง กินแล้วเป็นอุจจาระทั้งนั้น จึงว่ากิเลสมันแซงมาแต่กิน มันแซงหน้าทุกขณะทีเดียวว่างั้นเถอะทุกอย่าง
วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
ข้อวัตร ปฏิบัติ 07 การเที่ยวธุดงค์ หาสถานที่วิเวก หลีกเร้น สถานที่ปฏิบัติธรรม
การเที่ยวธุดงค์ หาสถานที่วิเวก หลีกเร้น สถานที่ปฏิบัติธรรม
ลำดับที่ 001 เลขที่เทป 999/24 ชื่อแฟ้มข้อมูล 240823 วันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2524
ครูบาอาจารย์ท่านจึงนิยมส่งเสริมสนับสนุนการแสวงหาที่เที่ยว สถานที่ทุรกันดาร สถานที่ป่าดงพงไพรลึก ๆ มีส่วนช่วยในการที่จะประกอบความพากความเพียร นี่ ได้มากทีเดียว เดี๋ยวนี้การเที่ยวธุดงค์ไม่ค่อยเหมือนก่อน เป็นการเที่ยวลักษณะเที่ยวไปตามอารมณ์ เที่ยวเพื่อต้องการความสนุกสนานนี่ ไปนั่นไปหาหมู่ที่นั่น ไปนั่นไปหาหมู่ที่นั่น ไปสนุกสนาน คุยเที่ยวกันไปตามเรื่อง การปฏิบัติก็ไม่ค่อยจะได้ผล การเที่ยวแสวงหาสถานที่ประกอบความพากเพียรบำเพ็ญภาวนา ก็มีแต่ที่จะน้อยลงไป เพราะไม่เห็นผล อยู่กับวัดกับวามันสะดวกสบาย การประกอบความพากความเพียรมันไม่ค่อยจะก้าวหน้า ผู้ที่มีหลักมีฐานก็เรียกว่าพอทรงอยู่ได้ ผู้ที่มีหลักมีฐานในจิตในใจแล้วก็พอทรงอยู่ ถ้าหากว่าผู้ที่ยังไม่มีหลักมีฐานภายในจิตในใจ การที่จะสร้างรากสร้างฐานให้เกิดให้มีขึ้น เพราะความสะดวกสบาย อันนี้เป็นของลำบากสักหน่อย
ลำดับที่ 002 เลขที่เทป 999/25 ชื่อแฟ้มข้อมูล 250910 วันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2525
พระพุทธเจ้าท่านสรรเสริญ ยกย่องการอยู่คนเดียว การแสวงหาความวิเวก การที่จะแนะนำให้พระสาวกไปบำเพ็ญสมณะธรรม ท่านก็ส่งเสริมการอยู่ตามลำพัง อยู่ผู้เดียว ไม่สรรเสริญไม่ยกย่องการอยู่เป็นกลุ่ม ไม่สรรเสริญไม่ยกย่องการคลุกคลี สรรเสริญยกย่องการหลีกเร้นออกจากสถานที่ที่มีการคลุกคลีกันนั้น ๆ สถานที่ใดเป็นสถานที่ปราศจากความคลุกคลี ให้ถือสถานที่นั้นเป็นสถานที่บำเพ็ญสมณะธรรม
ลำดับที่ 003 เลขที่เทป 999/24 ชื่อแฟ้มข้อมูล 240724 วันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2524
คิดถึงความเงียบ คิดออกไปภายนอก มันเงียบไปหมด ต้นไม้ก็เงียบอยู่ที่ต้นไม้ ก้อนหินก็เงียบอยู่ที่ก้อนหิน ต้นหญ้าก็เงียบอยู่ที่ต้นหญ้า แผ่นดินก็เงียบอยู่ที่แผ่นดิน อากาศก็เงียบอยู่ตามปกติของเขา แสงเดือนแสดงดาวเขาก็อยู่ตามปกติของเขาอย่างนั้น ไม่มีเสียงคน ไม่มีเสียงเครื่องจักรเครื่องกลเครื่องยนต์
กลไกไม่มี เรามีโอกาสได้มาเกี่ยวข้องในสถานที่อย่างนี้ เรียกว่าได้มาเกี่ยวข้องกับสานที่วิเวก กายของเราได้สัมผัส เขาเรียกว่ากายวิเวก คือ กายของเรามาอยู่ในสถานที่วิเวก สถานที่เงียบ สงบวิเวก การส่งใจไปเกี่ยวข้อง ส่งใจไป คิดไปอ่านไป ตรวจตราบรรยากาศภายนอก ก็เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติมีส่วนประกอบ มีส่วนช่วยในการที่จะทำให้ใจของเราเข้าถึงความสงบได้มาก
ลำดับที่ 004 เลขที่เทป 999/24 ชื่อแฟ้มข้อมูล 240212 วันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2524
พระพุทธเจ้าท่านจึงสอนให้หลีกเร้น คำว่าหลีกเร้น ก็ให้หนีให้ออกห่างจากสถานที่โลกเขาเจริญนี่เอง ให้หลีกออกจากความเจริญของโลกเขานั้น หลีกเร้นไปที่ไหน ก็หลีกเร้นไปหาอยู่หาอาศัยในสถานที่ความเจริญของโลกเขายังแผ่ไปไม่ถึง นี่ก็แสดงว่าความเจริญของโลกเจริญอยู่ ณ สถานที่ใด สถานที่นั้นไม่ค่อยสะดวกในการที่จะอบรมจิตใจ พระพุทธเจ้าท่านจึงสรรเสริญสถานที่สงบวิเวก สถานที่ห่างไกลจากความเจริญของโลก องค์พระพุทธเจ้าท่านได้ตรัสรู้ สำเร็จมรรคผล ท่านก็ได้ตรัสรู้หรือสำเร็จมรรคผลในป่า
ลำดับที่ 005 เลขที่เทป 999/24 ชื่อแฟ้มข้อมูล 240109 วันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2524
จึงว่าประโยชน์ของการเที่ยวธุดงค์ ประโยชน์ของการอยู่ป่าดงพงไพรนี่มีประโยชน์มากมายจริง อย่างประวัติของท่านพระอาจารย์มั่น มีเรื่องการอยู่ป่าอยู่เขาของท่านนี้ ท่านสนุกสนานรื่นเริงเพลิดเพลินกับการอยู่ป่าจริง ๆ การอยู่ป่าการเที่ยวป่านี้มันสนุก สนุกอยู่กับการเดินจงกรม สนุกกับการภาวนาสนุกอยู่กับการต่อสู้กิเลสของเจ้าของ ของมันอยู่อย่างนี้มันไม่มีอะไรมาปิดนะ มันไม่มีอะไรที่จะมาปิดมาบัง กิเลสตัณหามันมีเท่าไรมันหากแสดงออกมาหมด อยู่กับผู้กับคนกับบ้านกับเมืองในสถานที่ที่เรียกว่า มีการคลุกคลีเกี่ยวข้องนะ สิ่งเหล่านี้หละมันปิดกิเลสไว้ การเกี่ยวข้องกับผู้คนมันก็อยู่กับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผู้กับคนนั่น ไอ้เรื่องกิเลสของเจ้าของที่มันฝังอยู่หละ มันมองไม่เห็นก็เลยสบายไปเสีย สบายไปเสีย ๆ
ลำดับที่ 006 เลขที่เทป 999/24 ชื่อแฟ้มข้อมูล 240109 วันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2524
สถานที่ใดเป็นสถานที่ห่างไกลความเจริญของโลก เราเห็นเราควรที่จะเห็นสถานที่นั้นหละเป็นสถานที่บำเพ็ญสมณะธรรมของเรา ควรเห็นสถานที่นั้นหละ เป็นสถานที่ควรอยู่ควรอาศัยอย่างยิ่ง ถึงว่าจะเป็นสถานที่ทุรกันดาร ไม่สะดวกด้วยสถานที่ต่าง ๆ เกี่ยวด้วยอาหารการกินจะไม่สะดวกสบาย ถึงว่าจะอิ่มบ้างหิวบ้าง ก็ไม่ควรที่จะถือเรื่องเหล่านั้นมีความสำคัญ ควรเห็นความสำคัญในการปฏิบัติเพื่อความก้าวหน้า และเพื่อการแก้จิตแก้ใจของเรานี้ ไม่ให้ลุ่มหลงมัวเมากับความเจริญของโลกเขานั่นนี่ ควรที่จะเห็นอย่างนี้มากกว่า ในเมื่อสถานที่นั้นเป็นสถานที่สะดวกสบาย ในการที่จะปฏิบัติจิตใจของเรา จึงว่าเห็นอานิสงส์ของการเที่ยวป่า อานิสงส์ของการอยู่ภูอยู่ป่านี้ มีประโยชน์มากจริง ๆ
ลำดับที่ 007 เลขที่เทป 999/24 ชื่อแฟ้มข้อมูล 240711 วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2524
พระพุทธเจ้าท่านก็ให้แสวงหาสถานที่เป็นที่สบาย เรียกว่าที่อยู่เป็นที่สบาย คำว่าสบายนี้ รวมเอาไว้ซึ่งหลายเรื่องหลายอย่าง ความสะดวกสบายมีโอกาสได้บำเพ็ญ มีโอกาสได้ปฏิบัติมาก แล้วสิ่งที่จะมาทำให้เป็นเครื่องรบกวน ทำให้ใจต้องไป เราเอาสิ่งที่ไม่เป็นสิ่งที่จะมาทำให้ใจของเราส่งไป ส่ายไปในลักษณะนี้ สถานที่นั้นมีเรื่องที่จะมาดึงจิตดึงใจให้เราไปมา สถานที่นั้นเป็นสถานที่ควรหลีก
ลำดับที่ 008 เลขที่เทป 999/24 ชื่อแฟ้มข้อมูล 240711 วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2524
จึงว่าเรามีความจำเป็นที่เรียกว่าจะต้องไปยู่ ณ สถานที่ใด ก็ทำให้ความพอใจ ณ สถานที่นั้น ถ้าหากมีการไปตำหนิติชม มีการไปตำหนิเข้า ความตำหนินั้นหละ จะทำให้ใจเราไม่สบาย และในเมื่อมีกาตำหนิแล้ว ก็จะไปมีข้ออ้างทำให้ข้อปฏิบัติเรานั้นขาด เพราะเราจะอ้างว่าสถานที่ไม่สะอาด โอกาสไม่อำนวย อะไรต่ออะไรเหล่านี้เป็นช่องทาง เพราะเขาไม่อยากให้เราปฏิบัติอยู่แล้ว ให้ทำความพอใจในสถานที่ที่เราอยู่นั้น สถานที่ใดก็ช่าง ในเมื่อเป็นการปฏิบัติธรรม ในเมื่อเรามีการปฏิบัติธรรมแล้ว เป็นการปฏิบัติได้ทั้งนั้น เพราะการปฏิบัติธรรม ก็คือการปฏิบัติใจ
ลำดับที่ 009 เลขที่เทป 031/26 ชื่อแฟ้มข้อมูล 260617 วันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2526
จึงว่าสถานที่ก็มีความสำคัญ องค์พระพุทธเจ้าท่านทรงเทศนาเรื่องสถานที่เอาไว้ เรียกว่าให้แสวงหาสถานที่หลีกเร้น หาอยู่รุกมูลร่มไม้ อยู่เรือนร้างว่างเปล่า อยู่ป่าช้า อยู่ในถ้ำ อยู่ในล้อมฟาง ในสถานที่ห่างไกลจากผู้จากคน ให้หลีกเร้นไปหาสถานที่ลักษณะนี้ ท้านทรงเทศนาว่า เป็นสถานที่สะดวกสบายในการที่จะประกอบในการที่จะบำเพ็ญสมณะกิจ สมณะธรรม เป็นสถานที่ที่จะสลัดทิ้งเสียได้ ซึ่งความมืด ซึ่งความวุ่นวาย ซึ่งความฟุ้งซ่าน นี่ในเมื่อไปอยู่สถานที่นั้น มีโอกาสประกอบความพากความเพียร เดินจงกรมให้มาก นั่งสมาธิให้มาก เพราะว่าในสถานที่ลักษณะนั้น ไม่มีคนเข้าไปเป็นอุปสรรคในการประกอบความพากเพียรได้เต็มที่
ลำดับที่ 010 เลขที่เทป 031/26 ชื่อแฟ้มข้อมูล 260617 วันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2526
พระพุทธเจ้าท่านทรงเทศนาสอนพระไว้ “ผู้ปฏิบัติธรรมมุ่งอยู่ป่า มุ่งให้คนเข้าใจ มุ่งให้คนรู้ ว่าเจ้าของพอใจในการอยู่ป่า แล้วก็เดินไปเป็นบาปทุกก้าวที่เดินไปสู่สถานที่วิเวกนั้น” เพราะทำไมจึงเป็นบาปทุกก้าว เพราะใจอันนั้นเป็นใจที่เป็นบาปเสียแล้ว เป็นใจที่เป็นลามกเสียแล้ว จะไปอยู่ที่ไหนก็เอาใจที่เป็นลามกนั้นไปด้วย คือมีความปรารถนาอันลามก ไม่มีความปรารถนาที่จะละความลามกของใจนั้น อันนั้นเป็นการสั่งสมกิเลส ไม่เป็นการปฏิบัติธรรมเพื่อละกิเลส ถึงว่าจะอยู่ป่าอยู่ถ้ำ อยู่เหวอยู่อะไรก็ช่าง แต่ไม่มุ่งที่จะชำระจิต ชำระใจให้พ้นจากสิ่งที่เป็นลามกธรรม ถ้ายังหวังรูป หวังเสียง หวังลาภ หวังยศ หวังอะไรต่อมิอะไร ยังเป็นการปฏิบัติธรรมเพื่อสั่งสมทั้งนั้น
ลำดับที่ 011 เลขที่เทป 011/26 ชื่อแฟ้มข้อมูล 261220 วันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2526
มุ่งในการแสวงหาที่หลีกเร้น มุ่งในการมีเป้าหมายมีจุดหมายในการแสวงหาที่หลีกเร้นอยู่ตลอดเวลา ถึงเราอยู่กับวัดกับวา ก็มุ่งเป็นผู้หลีกเร้น คำว่าหลีกเร้น ไม่ใช่ ในที่นี้ ไม่ใช่หลีกให้ไปไกลหูไกลตาครูบาอาจารย์ ไม่ได้หลีกไปให้คล้าย ๆ กับว่ามีอะไร การงานจะไม่มีใครไปตามหาหรือตามหาไม่เห็น ไม่ใช่ หลีกไปเพื่อสะดวกในการที่ได้อิสระนี่ เพราะไม่มีใครเห็นไม่มีใครรู้ในการอยู่ของเจ้าของ ไม่ใช่หลีกไปในลักษณะนั้น หลีกไปเพื่อประกอบความพากเพียร หลีกไปเพื่อประกอบความพากความเพียร เพื่อความสงบระงับภายในใจ หลีกไปเพื่อทำความสงบภายในใจให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไปนี่ หลีกไปเพื่อประกอบความพากความเพียรเพื่อความสงบภายในใจของเจ้าของให้เต็มสติกำลังความสามารถ ให้มุ่งในการหลีกเร้นในลักษณะนี้ อยู่ในวัดในวาอย่างนี้ ก็แสวงหาสถานที่หลีกเร้าได้ ถึงว่าจะอยู่ในกุฏิของเราตามลำพัง อยู่ ๆ ในกุฏิของเราก็หลีกเร้นได้ มุ่งในการเดินจงกรม ที่เดินจงกรมภายในกุฏิก็มี หลังจากนั้นก็นั่งสมาธิ พิจารณาอรรถธรรมไป ตามชั้นตามภูมิที่เราจะพิจารณา ให้แจ้งให้ชัดภายในจิตในใจของเราได้ จึงว่าให้พากันมุ่งในการที่จะเป็นไปในการสงบระงับภายในจิตในใจ ถ้าหากว่าเป็นอย่างงี้ ทางแห่งความเจริญของพระศาสนายังปรากฏอยู่
ลำดับที่ 012 เลขที่เทป 001/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290102 วันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2529
การปรารภใจให้ถูกมันเป็นของสำคัญ การเที่ยว ถ้าหากว่าปรารภใจไม่ถึง ผลของการเที่ยว ไม่ค่อยได้ประโยชน์พอสมควร การปรารภใจให้ถูก ว่าตั้งใจจะไปเที่ยวประกอบความเพียร ตั้งใจจะไปหาสถานที่ภาวนา ตั้งใจจะไปหาสถานที่วิเวกจริง ๆ ตั้งใจจะไปหาสถานที่ประกอบความพากความเพียร การไปให้ตั้งใจอย่างนี้ การอยู่ก็ให้ตั้งใจอย่างนี้ เราพยายามทำความตั้งใจของเรา ในลักษณะนี้ อย่าให้มีความเปลี่ยนแปลง เจ้ากิเลสมันพยายามที่จะทำให้ใจของเราลด เราตั้งไว้อย่างนี้ มันก็ทำให้ล้มไปอย่างอื่นเสีย เราตั้งไว้ถูกไว้ดี การตั้งไว้ถูกตั้งไว้ดีนั้นหละ เรียกว่าใจของเรามีความเป็นธรรม แต่กิเลสมันพยายามจะล้มเสีย ซึ่งธรรมที่ตั้งไว้นั้น การเที่ยวไปหรือการอยู่ ให้แสวงหาความสงบวิเวกมันก็ล้มไปเสีย ไม่จริงจังในการที่จะแสวง
ลำดับที่ 013 เลขที่เทป 003/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290108 วันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2529
การเที่ยวต้องทำใจให้ถูก การปรารภใจให้ถูกว่ามันเป็นของสำคัญ การเที่ยว ถ้าหากว่าปรารภใจไม่ถูก ผลของการเที่ยวไม่ให้เต็ม ไม่เป็นประโยชน์เท่าที่ควร การปรารภใจให้ถูกของตัว ตั้งใจจะไปเที่ยวประกอบความพากความเพียร ตั้งใจจะไปหาสถานที่ภาวนาตั้งใจจะไปหาสถานที่วิเวก แล้วก็รักษาความตั้งใจของเราไม่ให้เปลี่ยนแปลง ตั้งใจจะไปหาสถานที่ภาวนา ตั้งใจจะไปหาสถานที่วิเวก ตั้งใจจะไปหาสถานที่ประกอบความพากความเพียร การไปให้ตั้งใจอย่างนี้ การอยู่ก็ให้ตั้งใจอย่างนี้ เราพยายามทำความตั้งใจของเราในลักษณะที่อย่าให้มีการเปลี่ยนแปลงเสีย เราตั้งไว้ถูก ตั้งไว้ดี การตั้งไว้ถูกตั้งไว้ดี เรียกว่าใจของเราที่มีความเป็นธรรมตั้งขึ้น
ลำดับที่ 014 เลขที่เทป 013/26 ชื่อแฟ้มข้อมูล 260227 วันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2526
จึงว่าผู้ที่มุ่งแสวงหาสถานที่สงบระงับ หรือมุ่งในการหลีกเร้นหากโอกาสในการประกอบความพากความเพียร เดินจงกรมนั่งสมาธิให้ยิ่งเต็มสติกำลังความสามารถของเจ้าของอย่างนี้ ผู้นั้นเป็นผู้ที่มีความสงบอยู่แล้วภายในใจ จะมากหรือน้อยต่างมี ถ้าหากไม่มีเสียเลย มันจะอยู่ได้อย่างไร คนเราจะพอใจอะไร สิ่งที่พอใจต้องมี ถ้าหากว่าไม่มีไม่เห็นแล้วจะไปพอใจอย่างไร ผู้ที่พอใจในการหลีกเร้นอยู่ตามลำพัง ผู้นั้นเห็นคุณค่าของการหลีกเร้นแล้ว เห็นประโยชน์ของการทำใจให้สงบแล้ว เป็นของที่เป็นประโยชน์เป็นของที่มีคุณค่าแก่จิตแก่ใจจริง ๆ พอใจที่จะรักษา พอใจที่จะให้สงบยิ่ง ๆ ขึ้นไป ภายในจิตในใจนี้ ทางไหนที่จะเป็นไปห่างจากความสงบ ท่านก็หลีกเร้น พอใจในการหลีกเร้นเพื่อความสบาย พอใจในการทำจิตทำใจของเจ้าของให้ยิ่ง ให้มีความก้าวหน้ายิ่งขึ้นไปเป็นลำดับ
ลำดับที่ 001 เลขที่เทป 999/24 ชื่อแฟ้มข้อมูล 240823 วันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2524
ครูบาอาจารย์ท่านจึงนิยมส่งเสริมสนับสนุนการแสวงหาที่เที่ยว สถานที่ทุรกันดาร สถานที่ป่าดงพงไพรลึก ๆ มีส่วนช่วยในการที่จะประกอบความพากความเพียร นี่ ได้มากทีเดียว เดี๋ยวนี้การเที่ยวธุดงค์ไม่ค่อยเหมือนก่อน เป็นการเที่ยวลักษณะเที่ยวไปตามอารมณ์ เที่ยวเพื่อต้องการความสนุกสนานนี่ ไปนั่นไปหาหมู่ที่นั่น ไปนั่นไปหาหมู่ที่นั่น ไปสนุกสนาน คุยเที่ยวกันไปตามเรื่อง การปฏิบัติก็ไม่ค่อยจะได้ผล การเที่ยวแสวงหาสถานที่ประกอบความพากเพียรบำเพ็ญภาวนา ก็มีแต่ที่จะน้อยลงไป เพราะไม่เห็นผล อยู่กับวัดกับวามันสะดวกสบาย การประกอบความพากความเพียรมันไม่ค่อยจะก้าวหน้า ผู้ที่มีหลักมีฐานก็เรียกว่าพอทรงอยู่ได้ ผู้ที่มีหลักมีฐานในจิตในใจแล้วก็พอทรงอยู่ ถ้าหากว่าผู้ที่ยังไม่มีหลักมีฐานภายในจิตในใจ การที่จะสร้างรากสร้างฐานให้เกิดให้มีขึ้น เพราะความสะดวกสบาย อันนี้เป็นของลำบากสักหน่อย
ลำดับที่ 002 เลขที่เทป 999/25 ชื่อแฟ้มข้อมูล 250910 วันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2525
พระพุทธเจ้าท่านสรรเสริญ ยกย่องการอยู่คนเดียว การแสวงหาความวิเวก การที่จะแนะนำให้พระสาวกไปบำเพ็ญสมณะธรรม ท่านก็ส่งเสริมการอยู่ตามลำพัง อยู่ผู้เดียว ไม่สรรเสริญไม่ยกย่องการอยู่เป็นกลุ่ม ไม่สรรเสริญไม่ยกย่องการคลุกคลี สรรเสริญยกย่องการหลีกเร้นออกจากสถานที่ที่มีการคลุกคลีกันนั้น ๆ สถานที่ใดเป็นสถานที่ปราศจากความคลุกคลี ให้ถือสถานที่นั้นเป็นสถานที่บำเพ็ญสมณะธรรม
ลำดับที่ 003 เลขที่เทป 999/24 ชื่อแฟ้มข้อมูล 240724 วันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2524
คิดถึงความเงียบ คิดออกไปภายนอก มันเงียบไปหมด ต้นไม้ก็เงียบอยู่ที่ต้นไม้ ก้อนหินก็เงียบอยู่ที่ก้อนหิน ต้นหญ้าก็เงียบอยู่ที่ต้นหญ้า แผ่นดินก็เงียบอยู่ที่แผ่นดิน อากาศก็เงียบอยู่ตามปกติของเขา แสงเดือนแสดงดาวเขาก็อยู่ตามปกติของเขาอย่างนั้น ไม่มีเสียงคน ไม่มีเสียงเครื่องจักรเครื่องกลเครื่องยนต์
กลไกไม่มี เรามีโอกาสได้มาเกี่ยวข้องในสถานที่อย่างนี้ เรียกว่าได้มาเกี่ยวข้องกับสานที่วิเวก กายของเราได้สัมผัส เขาเรียกว่ากายวิเวก คือ กายของเรามาอยู่ในสถานที่วิเวก สถานที่เงียบ สงบวิเวก การส่งใจไปเกี่ยวข้อง ส่งใจไป คิดไปอ่านไป ตรวจตราบรรยากาศภายนอก ก็เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติมีส่วนประกอบ มีส่วนช่วยในการที่จะทำให้ใจของเราเข้าถึงความสงบได้มาก
ลำดับที่ 004 เลขที่เทป 999/24 ชื่อแฟ้มข้อมูล 240212 วันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2524
พระพุทธเจ้าท่านจึงสอนให้หลีกเร้น คำว่าหลีกเร้น ก็ให้หนีให้ออกห่างจากสถานที่โลกเขาเจริญนี่เอง ให้หลีกออกจากความเจริญของโลกเขานั้น หลีกเร้นไปที่ไหน ก็หลีกเร้นไปหาอยู่หาอาศัยในสถานที่ความเจริญของโลกเขายังแผ่ไปไม่ถึง นี่ก็แสดงว่าความเจริญของโลกเจริญอยู่ ณ สถานที่ใด สถานที่นั้นไม่ค่อยสะดวกในการที่จะอบรมจิตใจ พระพุทธเจ้าท่านจึงสรรเสริญสถานที่สงบวิเวก สถานที่ห่างไกลจากความเจริญของโลก องค์พระพุทธเจ้าท่านได้ตรัสรู้ สำเร็จมรรคผล ท่านก็ได้ตรัสรู้หรือสำเร็จมรรคผลในป่า
ลำดับที่ 005 เลขที่เทป 999/24 ชื่อแฟ้มข้อมูล 240109 วันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2524
จึงว่าประโยชน์ของการเที่ยวธุดงค์ ประโยชน์ของการอยู่ป่าดงพงไพรนี่มีประโยชน์มากมายจริง อย่างประวัติของท่านพระอาจารย์มั่น มีเรื่องการอยู่ป่าอยู่เขาของท่านนี้ ท่านสนุกสนานรื่นเริงเพลิดเพลินกับการอยู่ป่าจริง ๆ การอยู่ป่าการเที่ยวป่านี้มันสนุก สนุกอยู่กับการเดินจงกรม สนุกกับการภาวนาสนุกอยู่กับการต่อสู้กิเลสของเจ้าของ ของมันอยู่อย่างนี้มันไม่มีอะไรมาปิดนะ มันไม่มีอะไรที่จะมาปิดมาบัง กิเลสตัณหามันมีเท่าไรมันหากแสดงออกมาหมด อยู่กับผู้กับคนกับบ้านกับเมืองในสถานที่ที่เรียกว่า มีการคลุกคลีเกี่ยวข้องนะ สิ่งเหล่านี้หละมันปิดกิเลสไว้ การเกี่ยวข้องกับผู้คนมันก็อยู่กับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผู้กับคนนั่น ไอ้เรื่องกิเลสของเจ้าของที่มันฝังอยู่หละ มันมองไม่เห็นก็เลยสบายไปเสีย สบายไปเสีย ๆ
ลำดับที่ 006 เลขที่เทป 999/24 ชื่อแฟ้มข้อมูล 240109 วันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2524
สถานที่ใดเป็นสถานที่ห่างไกลความเจริญของโลก เราเห็นเราควรที่จะเห็นสถานที่นั้นหละเป็นสถานที่บำเพ็ญสมณะธรรมของเรา ควรเห็นสถานที่นั้นหละ เป็นสถานที่ควรอยู่ควรอาศัยอย่างยิ่ง ถึงว่าจะเป็นสถานที่ทุรกันดาร ไม่สะดวกด้วยสถานที่ต่าง ๆ เกี่ยวด้วยอาหารการกินจะไม่สะดวกสบาย ถึงว่าจะอิ่มบ้างหิวบ้าง ก็ไม่ควรที่จะถือเรื่องเหล่านั้นมีความสำคัญ ควรเห็นความสำคัญในการปฏิบัติเพื่อความก้าวหน้า และเพื่อการแก้จิตแก้ใจของเรานี้ ไม่ให้ลุ่มหลงมัวเมากับความเจริญของโลกเขานั่นนี่ ควรที่จะเห็นอย่างนี้มากกว่า ในเมื่อสถานที่นั้นเป็นสถานที่สะดวกสบาย ในการที่จะปฏิบัติจิตใจของเรา จึงว่าเห็นอานิสงส์ของการเที่ยวป่า อานิสงส์ของการอยู่ภูอยู่ป่านี้ มีประโยชน์มากจริง ๆ
ลำดับที่ 007 เลขที่เทป 999/24 ชื่อแฟ้มข้อมูล 240711 วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2524
พระพุทธเจ้าท่านก็ให้แสวงหาสถานที่เป็นที่สบาย เรียกว่าที่อยู่เป็นที่สบาย คำว่าสบายนี้ รวมเอาไว้ซึ่งหลายเรื่องหลายอย่าง ความสะดวกสบายมีโอกาสได้บำเพ็ญ มีโอกาสได้ปฏิบัติมาก แล้วสิ่งที่จะมาทำให้เป็นเครื่องรบกวน ทำให้ใจต้องไป เราเอาสิ่งที่ไม่เป็นสิ่งที่จะมาทำให้ใจของเราส่งไป ส่ายไปในลักษณะนี้ สถานที่นั้นมีเรื่องที่จะมาดึงจิตดึงใจให้เราไปมา สถานที่นั้นเป็นสถานที่ควรหลีก
ลำดับที่ 008 เลขที่เทป 999/24 ชื่อแฟ้มข้อมูล 240711 วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2524
จึงว่าเรามีความจำเป็นที่เรียกว่าจะต้องไปยู่ ณ สถานที่ใด ก็ทำให้ความพอใจ ณ สถานที่นั้น ถ้าหากมีการไปตำหนิติชม มีการไปตำหนิเข้า ความตำหนินั้นหละ จะทำให้ใจเราไม่สบาย และในเมื่อมีกาตำหนิแล้ว ก็จะไปมีข้ออ้างทำให้ข้อปฏิบัติเรานั้นขาด เพราะเราจะอ้างว่าสถานที่ไม่สะอาด โอกาสไม่อำนวย อะไรต่ออะไรเหล่านี้เป็นช่องทาง เพราะเขาไม่อยากให้เราปฏิบัติอยู่แล้ว ให้ทำความพอใจในสถานที่ที่เราอยู่นั้น สถานที่ใดก็ช่าง ในเมื่อเป็นการปฏิบัติธรรม ในเมื่อเรามีการปฏิบัติธรรมแล้ว เป็นการปฏิบัติได้ทั้งนั้น เพราะการปฏิบัติธรรม ก็คือการปฏิบัติใจ
ลำดับที่ 009 เลขที่เทป 031/26 ชื่อแฟ้มข้อมูล 260617 วันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2526
จึงว่าสถานที่ก็มีความสำคัญ องค์พระพุทธเจ้าท่านทรงเทศนาเรื่องสถานที่เอาไว้ เรียกว่าให้แสวงหาสถานที่หลีกเร้น หาอยู่รุกมูลร่มไม้ อยู่เรือนร้างว่างเปล่า อยู่ป่าช้า อยู่ในถ้ำ อยู่ในล้อมฟาง ในสถานที่ห่างไกลจากผู้จากคน ให้หลีกเร้นไปหาสถานที่ลักษณะนี้ ท้านทรงเทศนาว่า เป็นสถานที่สะดวกสบายในการที่จะประกอบในการที่จะบำเพ็ญสมณะกิจ สมณะธรรม เป็นสถานที่ที่จะสลัดทิ้งเสียได้ ซึ่งความมืด ซึ่งความวุ่นวาย ซึ่งความฟุ้งซ่าน นี่ในเมื่อไปอยู่สถานที่นั้น มีโอกาสประกอบความพากความเพียร เดินจงกรมให้มาก นั่งสมาธิให้มาก เพราะว่าในสถานที่ลักษณะนั้น ไม่มีคนเข้าไปเป็นอุปสรรคในการประกอบความพากเพียรได้เต็มที่
ลำดับที่ 010 เลขที่เทป 031/26 ชื่อแฟ้มข้อมูล 260617 วันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2526
พระพุทธเจ้าท่านทรงเทศนาสอนพระไว้ “ผู้ปฏิบัติธรรมมุ่งอยู่ป่า มุ่งให้คนเข้าใจ มุ่งให้คนรู้ ว่าเจ้าของพอใจในการอยู่ป่า แล้วก็เดินไปเป็นบาปทุกก้าวที่เดินไปสู่สถานที่วิเวกนั้น” เพราะทำไมจึงเป็นบาปทุกก้าว เพราะใจอันนั้นเป็นใจที่เป็นบาปเสียแล้ว เป็นใจที่เป็นลามกเสียแล้ว จะไปอยู่ที่ไหนก็เอาใจที่เป็นลามกนั้นไปด้วย คือมีความปรารถนาอันลามก ไม่มีความปรารถนาที่จะละความลามกของใจนั้น อันนั้นเป็นการสั่งสมกิเลส ไม่เป็นการปฏิบัติธรรมเพื่อละกิเลส ถึงว่าจะอยู่ป่าอยู่ถ้ำ อยู่เหวอยู่อะไรก็ช่าง แต่ไม่มุ่งที่จะชำระจิต ชำระใจให้พ้นจากสิ่งที่เป็นลามกธรรม ถ้ายังหวังรูป หวังเสียง หวังลาภ หวังยศ หวังอะไรต่อมิอะไร ยังเป็นการปฏิบัติธรรมเพื่อสั่งสมทั้งนั้น
ลำดับที่ 011 เลขที่เทป 011/26 ชื่อแฟ้มข้อมูล 261220 วันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2526
มุ่งในการแสวงหาที่หลีกเร้น มุ่งในการมีเป้าหมายมีจุดหมายในการแสวงหาที่หลีกเร้นอยู่ตลอดเวลา ถึงเราอยู่กับวัดกับวา ก็มุ่งเป็นผู้หลีกเร้น คำว่าหลีกเร้น ไม่ใช่ ในที่นี้ ไม่ใช่หลีกให้ไปไกลหูไกลตาครูบาอาจารย์ ไม่ได้หลีกไปให้คล้าย ๆ กับว่ามีอะไร การงานจะไม่มีใครไปตามหาหรือตามหาไม่เห็น ไม่ใช่ หลีกไปเพื่อสะดวกในการที่ได้อิสระนี่ เพราะไม่มีใครเห็นไม่มีใครรู้ในการอยู่ของเจ้าของ ไม่ใช่หลีกไปในลักษณะนั้น หลีกไปเพื่อประกอบความพากเพียร หลีกไปเพื่อประกอบความพากความเพียร เพื่อความสงบระงับภายในใจ หลีกไปเพื่อทำความสงบภายในใจให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไปนี่ หลีกไปเพื่อประกอบความพากความเพียรเพื่อความสงบภายในใจของเจ้าของให้เต็มสติกำลังความสามารถ ให้มุ่งในการหลีกเร้นในลักษณะนี้ อยู่ในวัดในวาอย่างนี้ ก็แสวงหาสถานที่หลีกเร้าได้ ถึงว่าจะอยู่ในกุฏิของเราตามลำพัง อยู่ ๆ ในกุฏิของเราก็หลีกเร้นได้ มุ่งในการเดินจงกรม ที่เดินจงกรมภายในกุฏิก็มี หลังจากนั้นก็นั่งสมาธิ พิจารณาอรรถธรรมไป ตามชั้นตามภูมิที่เราจะพิจารณา ให้แจ้งให้ชัดภายในจิตในใจของเราได้ จึงว่าให้พากันมุ่งในการที่จะเป็นไปในการสงบระงับภายในจิตในใจ ถ้าหากว่าเป็นอย่างงี้ ทางแห่งความเจริญของพระศาสนายังปรากฏอยู่
ลำดับที่ 012 เลขที่เทป 001/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290102 วันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2529
การปรารภใจให้ถูกมันเป็นของสำคัญ การเที่ยว ถ้าหากว่าปรารภใจไม่ถึง ผลของการเที่ยว ไม่ค่อยได้ประโยชน์พอสมควร การปรารภใจให้ถูก ว่าตั้งใจจะไปเที่ยวประกอบความเพียร ตั้งใจจะไปหาสถานที่ภาวนา ตั้งใจจะไปหาสถานที่วิเวกจริง ๆ ตั้งใจจะไปหาสถานที่ประกอบความพากความเพียร การไปให้ตั้งใจอย่างนี้ การอยู่ก็ให้ตั้งใจอย่างนี้ เราพยายามทำความตั้งใจของเรา ในลักษณะนี้ อย่าให้มีความเปลี่ยนแปลง เจ้ากิเลสมันพยายามที่จะทำให้ใจของเราลด เราตั้งไว้อย่างนี้ มันก็ทำให้ล้มไปอย่างอื่นเสีย เราตั้งไว้ถูกไว้ดี การตั้งไว้ถูกตั้งไว้ดีนั้นหละ เรียกว่าใจของเรามีความเป็นธรรม แต่กิเลสมันพยายามจะล้มเสีย ซึ่งธรรมที่ตั้งไว้นั้น การเที่ยวไปหรือการอยู่ ให้แสวงหาความสงบวิเวกมันก็ล้มไปเสีย ไม่จริงจังในการที่จะแสวง
ลำดับที่ 013 เลขที่เทป 003/29 ชื่อแฟ้มข้อมูล 290108 วันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2529
การเที่ยวต้องทำใจให้ถูก การปรารภใจให้ถูกว่ามันเป็นของสำคัญ การเที่ยว ถ้าหากว่าปรารภใจไม่ถูก ผลของการเที่ยวไม่ให้เต็ม ไม่เป็นประโยชน์เท่าที่ควร การปรารภใจให้ถูกของตัว ตั้งใจจะไปเที่ยวประกอบความพากความเพียร ตั้งใจจะไปหาสถานที่ภาวนาตั้งใจจะไปหาสถานที่วิเวก แล้วก็รักษาความตั้งใจของเราไม่ให้เปลี่ยนแปลง ตั้งใจจะไปหาสถานที่ภาวนา ตั้งใจจะไปหาสถานที่วิเวก ตั้งใจจะไปหาสถานที่ประกอบความพากความเพียร การไปให้ตั้งใจอย่างนี้ การอยู่ก็ให้ตั้งใจอย่างนี้ เราพยายามทำความตั้งใจของเราในลักษณะที่อย่าให้มีการเปลี่ยนแปลงเสีย เราตั้งไว้ถูก ตั้งไว้ดี การตั้งไว้ถูกตั้งไว้ดี เรียกว่าใจของเราที่มีความเป็นธรรมตั้งขึ้น
ลำดับที่ 014 เลขที่เทป 013/26 ชื่อแฟ้มข้อมูล 260227 วันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2526
จึงว่าผู้ที่มุ่งแสวงหาสถานที่สงบระงับ หรือมุ่งในการหลีกเร้นหากโอกาสในการประกอบความพากความเพียร เดินจงกรมนั่งสมาธิให้ยิ่งเต็มสติกำลังความสามารถของเจ้าของอย่างนี้ ผู้นั้นเป็นผู้ที่มีความสงบอยู่แล้วภายในใจ จะมากหรือน้อยต่างมี ถ้าหากไม่มีเสียเลย มันจะอยู่ได้อย่างไร คนเราจะพอใจอะไร สิ่งที่พอใจต้องมี ถ้าหากว่าไม่มีไม่เห็นแล้วจะไปพอใจอย่างไร ผู้ที่พอใจในการหลีกเร้นอยู่ตามลำพัง ผู้นั้นเห็นคุณค่าของการหลีกเร้นแล้ว เห็นประโยชน์ของการทำใจให้สงบแล้ว เป็นของที่เป็นประโยชน์เป็นของที่มีคุณค่าแก่จิตแก่ใจจริง ๆ พอใจที่จะรักษา พอใจที่จะให้สงบยิ่ง ๆ ขึ้นไป ภายในจิตในใจนี้ ทางไหนที่จะเป็นไปห่างจากความสงบ ท่านก็หลีกเร้น พอใจในการหลีกเร้นเพื่อความสบาย พอใจในการทำจิตทำใจของเจ้าของให้ยิ่ง ให้มีความก้าวหน้ายิ่งขึ้นไปเป็นลำดับ
วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)